คำอวดครวญของชายที่ข่มขืน กระทำชำเลาคนอื่น

ข่าวการข่มขืนซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิสตรี และสิทธิมนุษยชนของคนอื่นอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนเราต้องมาตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมทั่วโลกที่มีคนกลุ่มหนึ่งมองว่าการทำร้ายร่างกายและการพยายามร่วมเพศกับคนอื่นโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ในมวลเรื่องราวที่ผู้เคราะห์ร้ายประสบทั้งหมด เรื่องนี้คือเรื่องที่เปราะบางมากที่สุดด้วยความที่ว่าในหลาย ๆ สังคม เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายถูกกระทำทางเพศ จะมีการ Blamming victim หรือการโทษว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเหยื่อ เช่น เมื่อมีคนโดนข่มขืน สังคมจะรุมประนามเหยื่อว่าแต่งตัวไม่มิดชิด หรือเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์อันตราย และไม่ได้แก้ไขต้นตอสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผู้กระทำความผิดเลย ทำให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายต้องต่อสู้กับคำครหาเยอะมาก กว่าจะสามารถเอาชนะคำกล่าวหาเหล่านั้นและเข้าแจ้งความ ผู้ต้องการที่ลากวัยรุ่นสาวเข้าพุ่งไม้ไปข่มขืนอย่างทารุณราว 2 ชั่วโมงโอดครวญว่าถ้าเขาโดยจับขังคุก เขาจะไม่สามารถมีครอบครัวได้ สำนักงานข่าวรายงานว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถูกจับไปราว 2 ชั่วโมงก่อนจะถูกปล่อยออกมาและผู้กระทำผิดยังขูดรีดเงินจากเธออีกด้วย ในภายหลังศาลเองได้รับแจ้งว่าการจู่โจมแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้เคราะห์ร้ายเดินออกมาเพื่อพบเพื่อนของเธอหลังจากที่เลิกงานออกกะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตผู้ต้องหาเห็นว่าหญิงสาวมีเสน่ห์มากแล้วลอบตามเธอไปที่ลานจอดรถและใช้มือประกบปิดปากเธอ ศาลได้ตัดสินผู้กระทำผิดซึ่งอายุ 25 ปี โดยศาลตัดสินความผิดข้อหาข่มขืนและกระทำชำเลาเหยื่อด้วยความตั้งใจ ตัดสินให้เขาจำคุก 14 ปี และแจ้งต่อว่าเขาจะถูกย้ายกลับไปคุกที่ประเทศบ้านเกิดที่โรมาเนียหลังจากที่วีซ่าของเขาหมดอายุ เขาได้ตัดพ้อว่าเขาจะมีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีได้หรือไม่ และโอกาสที่เขาจะสร้างครอบครัวของตัวเองได้จบสิ้นแล้วกับการกระทำผิดครั้งแรกและครั้งเดียว โดยเขาได้รับการอธิบายว่าสิ่งที่เขาทำลงไปเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายและเลวทราม เป็นการกระทำของคนที่มีความผิดปกติทางใจในด้านเพศ พนักงานอัยการแจ้งว่าเหยื่อได้รับการกระทบกระเทือนด้านจิตใจมากจนทำให้เธอกินยาเกินขนาดและนำมีดเข้านอนด้วยหลังจากที่เธอโดนกระทำ ผู้ต้องหายืนยันหนักแน่นกับศาลว่ากิจกรรมทางเพศทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากการร่วมมือร่วมใจระหว่างทั้งสองคนหลังจากที่ทั้งสองคนสบตากันที่ลานจอดรถ เขายังกล่าวอีกว่าเธอเต็มใจที่จะไปกับเขาโดยไม่ได้ต่อต้านขัดขืนอะไร ผู้ร่วมกระบวนการตัดสินกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่มีข้อกังขาใด ๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากที่ได้รับคำตัดสินราวกับว่าเขาคือเหยื่อของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในตอนนี้ความเข้าใจของผู้ต้องหาคือการตัดสินของศาลส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอยู่ต่อของเขา โดยที่เขาไม่ได้คำนึงว่าการกระทำของตัวเองส่งผลต่อเหยื่ออย่างไร

หญิงสาวทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด หลังจากที่อุ้มลูกหมาของเธอขึ้น

นางสาวเจนนี่ ชาร์ป อายุ 28 ปี เหลือเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนจะเป็นอัมพาตถาวรซึ่งจะเป็นความทุพพลภาพที่จะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล เธอได้กล่าวว่า หลังของเธอเจ็บปวดมากและเธอถูกปล่อยให้เป็นอัมพาตอยู่อย่างนั้นจนอยากจะฆ่าตัวตายหลังจากที่เธออุ้มน้องหมาของเธอขึ้น ไม่กี่อาทิตย์ก่อนเทศกาลคริสต์มาสเมื่อปีที่แล้ว เจนนี่จากนอร์แทมป์ตันเชอร์ สหราชอาณาจักรอยู่ในครัวของเธอและจากนั้นก็ก้มลงเพื่ออุ้มลูกหมาร็อตไวเลอร์สุดน่ารักอายุ 13 อาทิตย์ ชื่อ วินนี่ จากนั้นเธอก็มีความรู้สึกแปลก ๆ ที่ขา แล้วเธอยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในตอนแรกเธอคิดว่ามันคืออาการปวดทั่วไป แต่หลังไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นเธอรู้สึกทรมานมากแล้วขาและบริเวณอวัยวะเพศของเธอก็ไม่รู้สึกอะไรเลย  เธอทุกข์ทรมานทั้งอาทิตย์ต่อมาไม่สามารถขับถ่ายได้ด้วยตัวเอง ซึ่งในตอนนั้นเธอได้กินยาแก้ปวดเพื่อลดความเจ็บปวด หลังจากนั้น 3 วัน เธอไปพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลังซึ่งแจ้งเธอว่าเธอต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล A&E ในทันที และเมื่อทางโรงพยาบาลได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นแล้วเธอก็ถูกส่งต่อเพื่อทำการรักษาต่อไป ซึ่งในภายหลังเธอเข้ารับการผ่าตัดที่ผ่านไปได้ด้วยดี โดยหมอที่รักษาเธอในช่วงเวลานั้นได้อธิบายให้เจนนี่ฟังว่าขณะที่เธอนอนอยู่ที่เตียงแบบนี้การพูดและการเคลื่อนไหวของร่างกายเธออาจจะยังไม่กลับมาเป็นปกติเพราะระบบประสาทได้รับความเสียหาย  เจนนี่ได้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่าเธอกลัวมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะไม่ยอมแพ้ เธอตั้งใจว่าจะฝึกพูดและเคลื่อนไหว จะเดินและขยับร่างกายให้มากขึ้น โดยเธอพูดคุยอย่างร่าเริงกับผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนเธอ แม้ว่ามันจะทำให้เธอเหนื่อยมากแต่เธอก็ให้กำลังใจตัวเองและยังยืนหยัดต่อไป นอกจากนี้เจนนี่ยังเข้ารับการทำกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลเพื่อให้เธอสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างปกติอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานเจนนี่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย จึงทำให้เธอตัดสินใจย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ หลังจากที่เข้ารับการรักษาเป็นเวลานานและได้รับการตรวจร่างกายหลายครั้งทีมแพทย์ก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าโรคของเจนนี่มีสาเหตุมาจากอะไร หมอที่รักษาเธออยู่ได้แจ้งพ่อกับแม่เธอว่า เธออาจจะไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกต่อไปและหมอเองก็ยังไม่แน่ใจกับโรคที่เธอเป็นอยู่มากนัก แต่ก็ยังแจ้งต่ออีกว่าถ้าเธอพยายามในการทำกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัดก็ยังพอมีความหวังอยู่ เจนนี่เปิดเผยว่า รอยแผลเป็นที่หลังของเธอย้ำเตือนเธอว่า เธอเข้มแข็งกว่าสิ่งที่จะมาหยุดยั้งเธอ และเธอไม่ได้มีความคิดว่าจะโทษวินนี่เลย

ผู้หญิงคนหนึ่ง ได้รับความทรมานและพิการจากสิวติดเชื้อ

สิวเป็นปัญหาที่สาว ๆ หลายคนประสบและพยายามหาวิธีเพื่อที่จะมารักษาแตกต่างกัน ทั้งพยายามรักษาด้วยตัวเองโดยการซื้อครีมมารักษาและบำรุงและไปหาหมอเฉพาะทาง การมีสิวและรอยบนใบหน้าทำให้เสียความมั่นใจในตัวเอง ทำให้ไม่อยากพบปะผู้คน หลายคนเมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นกับตัวเองก็สามารถพาตัวเองไปรักษาได้อย่างง่ายดาย ทั้งในแง่ของการง่ายต่อการเข้าถึงการรักษาและสภาวะทางการเงิน ทั้งปัจจุบันมีนวัตกรรมมากมายที่เข้ามารองรับความต้องการและอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า แต่สำหรับบางคนกลับไม่ได้โชคดีอย่างนั้น การเข้าถึงการรักษาเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนักทำให้ปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา หญิงผู้รับเงินบำนาญรายหนึ่งกล่าวว่าเธอติดเชื้ออย่างหนักจากการกดสิวแค่เม็ดเดียวเมื่อ 6 ปีก่อน ในกรณีนี้เป็นเคสที่เกิดขึ้นได้น้อยมากมีชื่อเรียกว่า neurofibromatosis มีสาเหตุการจากการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ นาง Librada Patam อายุ 68 ปีถูกพบเจอเมื่อเธอเดินไปตามท้องถนนในจังหวัดคาบีเต ประเทศฟิลิปปินส์อาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยใบหน้าที่เสียโฉมและติดเชื้ออย่างรุนแรง เธอบอกอาการของเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ และเธอก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ผู้สัญจรไปมาเกิดคำถามเกี่ยวกับการติดเชื้ออย่างรุนแรงของเธอซึ่งเธอได้ให้เหตุผลว่าเธอเริ่มติดเชื้อหลังจากที่เธอบีบสิวเม็ดหนึ่งในปี 2013 ซึ่งยังไม่แน่นอนเท่าไหร่นักเพราะการติดเชื้อของเธอน่าจะมาจากสาเหตุที่พบเจอได้ยากมากกว่าการติดเชื้อจากสิว ผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์คนในพื้นที่ โดยได้ข้อมูลมาดังนี้  “เธอพูดเสมอเลยว่าไม่รู้ว่าต้องมีชีวิตไปอีกนานเท่าไหร่ เธอพูดแบบนี้มานานแล้วด้วย”  “เธอบอกว่าเธอเริ่มประสบปัญหานี้หลังจากที่เธอบีบสิวไป”  “ตอนนี้ผู้คนมักจะพูดไม่ดีใส่เธอ ว่าเธอเป็นซอมบี้บ้าง ว่าเธอถูกสาปบ้าง หรือแม้กระทั้งว่ามีปีศาจร้ายสิงเธออยู่” “ เธอไม่มีคนดูแล เธอดูแลตัวเองทุกอย่าง ทั้งซักเสื้อผ้า ทำอาหาร แถมเธอไม่มีที่นอนต้องนอนบนพื้น ทั้ง ๆ ที่อยู่กับลูก”

หญิงอินเดียแก้แค้น ด้วยการลากเข้ากองไฟ

ซิงเกิ้ลมัม วัย 25 ปี จากอินเดียที่ถูกโจมตี ถูกข่มขืนและถูกเผ่าทั้งเป็นฆ่าผู้โจมตีเธอด้วยการลากเขาเข้ามาในกองไฟแล้วหนีเอาชีวิตรอดออกไปซึ่งตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นยังมีชีวิตอยู่แต่ใบหน้าและมือของเธอถูกไฟไหม้ ขณะที่ผู้ชายที่โจมตีเธอถูกไฟคลอกและเสียชีวิตในโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ผู้หญิงคนดังกล่าวได้แจ้งตำรวจว่า ผู้ชายคนนั้นอายุ 42 ปี และทำร้ายร่างกายเธอ ข่มขืนเธอในบ้านของเธอเอง ที่อินเดียในวันจันทร์ที่ผ่านมาขณะที่ลูกสาวของเธอออกไปข้างนอก โฆษกของตำรวจได้เปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวได้สาดน้ำมันก๊าดใส่ผู้เสียหายและจุดไฟเพื่อเผาเธอ โดยที่ในอินเดียเองมีการรายงานถึงความรุนแรงทางเพศบ่อยครั้ง การรายงานการข่มขืนมีมากถึงวันละ 100 เคสในแต่ละวัน ทั้งนี้ยังมีรายงานว่าผู้เสียหายหลายรายหวาดกลัวและโดยผู้กระทำผิดข่มขู่ไม่ให้ไปแจ้งตำรวจ ซึ่งในขณะนี้ ปัญหาไม่ได้ถูกนำมาแจ้งทั้งหมดและรุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก ผู้เชี่ยวชาญยังเปิดเผยอีกว่า ศาลและตำรวจยังพิจารณาคดีว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย ในปีที่ผ่านมานี้เคสต่าง ๆ ที่ได้รับแจ้งเข้ามาถูกพิจารณาอย่างรวดเร็วโดยผิวเผินเท่านั้น เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผู้หญิงอายุ 47 ปี ตัดอวัยวะเพศชายของผู้ที่เดินสะกดรอยตามและจะบังคับให้มีกิจกรรมทางเพศลูกสาวอายุ 27 ปีของเธอ ผู้หญิงอินเดียรวมตัวกันประท้วงต่อต้านการข่มขืนและความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงในนิวเดลีวันนี้ ด้วยการถือป้ายที่มีข้อความว่า “break the silence on rape” หรือที่แปลเป็นไทยว่า หยุดความเงียบที่มีต่อการข่มขืน สำนักงานข่าว Sun Online รายงานว่าวิธีที่ผู้นำแคมเปญสิทธิสตรีเชื่อว่าการแพร่กระจายของการข่มขืนในอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะอิทธิพลของแอลกอฮอล์และหนังโป๊   ด็อกเตอร์Rukmini

เด็กทารกเสียชีวิต เหตุเพราะตุ๊กตาหมี

ท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกคนในครอบครัวเพราะการจากไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับโคนี่ โรส ครอบครัวของเธอได้ส่งคำร้องขอหลังจากที่ลูกสาวของพวกเขาเสียชีวิตเพราะตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ในการรำลึกหนึ่งปีหลังจากที่เด็กน้อยเสียชีวิต เสียชีวิตเมื่ออายุ 18 เดือนหลังจากที่หายใจไม่ออกเพราะถูกตุ๊กตาทับในที่นอนของเธอเอง แม่ของหนูน้อยโคนี่ โรส อายุ 24 ปี นำตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ใส่เข้าไปในเตียงนอนของเธอโดยยัดไว้ข้าง ๆ เตียงในบ้านของเธอที่ ดันดี สหราชอาณาจักรเพื่อป้องกันให้เด็กน้อยตกลงมาจากเตียง ซึ่งค้นพบว่าลูกสาวของตัวเองได้เสียชีวิตลงในเช้าวันต่อมา ในช่วงเวลานั้นแม่ของโคนี่ ได้เขียนข้อความเตือนพ่อแม่คนอื่น ๆ ในโซเชียลมีเดียว่า โปรดนำทุกอย่างออกจากเตียงนอนของลูกคุณ และเอาออกจากข้าง ๆ เตียงด้วย ฉันเองก็ได้แต่โทษตัวเองเรื่องการจากไปของเธอเพราะชั้นเองคือคนที่เอาตุ๊กตาไปยัดไว้ข้าง ๆ เตียงของลูกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอตกลงมาและป้องกันไม่ให้เธอตกลงไปอีกด้านของเตียง ปรากฏว่าในภายหลังลูกของฉันดิ้นไปอยู่ได้ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ หลับไปในท่านั้นแล้วทำให้ขาดอากาศหายใจตาย พอมองย้อนกลับไป ถ้าฉันไม่ได้เอาตุ๊กตาไปยัดไว้รอบเตียงของลูกขนาดนั้น อย่างมากที่สุดลูกก็ตกลงมาแล้วมีรอยซกช้ำนิดหน่อย และตอนนี้เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นแค่ความคิดที่ฉันอยากย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ซึ่งตอนนี้คนในครอบครัวได้ออกมาเน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้งในการรำลึก 1 ปีหลังจากที่โคนี่ เสียชีวิต พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้พ่อแม่คนอื่นตระหนักถึงความอันตรายของการนำเอาตุ๊กตาหรือของเล่นมาไว้ข้าง ๆ เตียงนอนลูกเพื่อให้ลูก ๆ นอนหลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยคนในครอบครัวเปิดเผยว่า วันนี้คนในครอบครัวมารวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงโคนี่ โรส และอยากใช้โอกาสนี้ในการเน้นย้ำถึงแคมเปญที่เราได้ทำอย่างตอนนี้ เพราะถ้านี่ได้ช่วยชีวิตของเด็กคนอื่น การตายขอโคนี่ โรสจะไม่ถือว่าเสียเปล่า

เจ้าตูบถูกพบว่าเฝ้ารอเจ้าของ 1 เดือนหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่แคลิฟอร์เนีย

น้องหมามีประวัติศาสตร์การอยู่ร่วมกับคนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ประมาณ 12,000 ปีที่แล้ว ในหลาย ๆ หน่วยงานเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อใช้ทำงาน เช่น สุนัขที่ใช้ในการนำทาง สุนัขที่ใช้บำบัดคนไข้ สุนัขตรวจระเบิดและสิ่งแปลกปลอมในสนามบิน เราเลี้ยงหมาด้วยหลายเหตุผล บางคนเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน บางคนเลี้ยงให้เป็นสมาชิกในครอบครัว ในหลายประเทศเมื่อมีลูกก็ให้สุนัขเป็นของขวัญแก่ลูก เพื่อขัดเกลาให้ลูกมีจิตใจที่อ่อนโยน เมตตาและฝึกความรับผิดชอบในเด็ก โดยน้องหมาเองก็มีลักษณะนิสัยที่เป็นที่ถูกอกถูกใจใครหลาย ๆ คน ทั้งประจบ จริงใจ รักเจ้าของ กล้าหาญและซื่อสัตย์ ซึ่งสามารถเติมเต็มความสุขในบ้านได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ของน้องหมาซึ่งมีหลายตัวที่โด่งดังในเรื่องนี้ไปทั่วโลก เช่น เจ้าฮาจิโกะที่ไปรอเจ้านายที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันที่สถานีรถไฟเป็นเวลาถึง 10 ปี จนชาวญี่ปุ่นได้สร้างลานรูปปั้นให้ ทั้งเรื่องราวนี้ยังถูกนำไปทำเป็นภาพยนต์หลายต่อหลายครั้ง เรื่องราวน่าประทับใจ เรื่องราวของเจ้าตูบเมดิสันถูกเผยแพร่ในสังคมโซเชียลมีเดีย โดยมีใจความว่าเจ้านายของเมดิสันไม่สามารถกลับไปที่บ้านได้เมื่อตอนที่ไฟป่ายังลุกลามอยู่ และได้แต่หวังว่าเจ้าเมดิสันจะยังอยู่สบายดี ซึ่งเมื่อไฟป่ามอดดับหมดแล้ว ครอบครัวที่เป็นเจ้าของหมาตัวนี้ได้กลับไปที่ที่เคยเป็นบ้านอีกครั้ง และพวกเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้พบกับหมาที่พวกเขาเลี้ยงไว้นอนรออยู่ที่นั่น เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตที่ช่วยในส่วนของการดูแลสัตว์พลัดหลงจากเหตุการณ์ไฟไหม้เปิดเผยว่า เธอเห็นหมาตัวนี้สองสามครั้งขณะที่ทำงานอยู่พร้อมเปิดเผยว่าเธอดีใจมากที่ได้ไปแจ้งแอนเดรีย (เจ้านายของเมดิสัน) ว่าเธอสามารถกลับบ้านได้แล้วและที่ที่เคยเป็นบ้านของเธอมีเจ้าตูบรอคอยอยู่ไม่จากไปไหน แอนเดรียโพสเผยแพร่ข้อความของเธอผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมทั้งน้ำตา ว่าเธอดีใจเป็นอย่างมากที่เมดิสันรอเธอเป็นเดือนและไม่ยอมแพ้ ในเรื่องร้ายก็ยังพอมีเรื่องดี ๆ อยู่บ้าง แม้ว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเบื้องต้นมีรายงานว่าไฟไหม้กินพื้นที่กว่า 2

เด็กหญิงวัย 3 ขวบ กลายเป็นคนไข้มะเร็งเต้านมที่อายุน้อยที่สุดในโลก

มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบได้บ่อยกว่ามะเร็งชนิดอื่นและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของผู้หญิง ซึ่งมะเร็งเต้านมนี้ไม่มีวัคซีนฉีดเพื่อป้องกันเหมือนมะเร็งปากมดลูก โดยปัจจัยเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมมีอยู่หลายประการ ตัวอย่างเช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมซึ่งมีผลเพียงแค่ประมาณ 10 %  การกลายพันธุ์ของยีนส์ในร่างกาย หรือลักษณะของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน การเลือกรับประทานอาหารมีผลมากถึง 30 – 40 % เป็นมะเร็งเต้านมแม้อายุเพียง 3 ขวบ แม่ของเด็กน้อยชาวจีนวัย 3 ขวบพบว่าลูกของเธอป่วยเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา ซึ่งเธอได้สังเกตว่าเสื้อที่ใส่แล้วมีสิ่งแปลกปลอมสีแดงติดอยู่ แม้ว่าจะคิดว่าเป็นคราบสกปกทั่วไป แต่คุณแม่รายนี้ก็ไปตรวจดูที่หน้าอกของลูกเธอและต้องตกใจที่จับไปเจอก้อนเนื้อตรงหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นเธอจึงนำตัวลูกส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อทำการตรวจให้แน่ใจ ซึ่งทางทีมแพทย์ได้แจงว่าทางครอบครัวของเด็กน้อยต้องยกเลิกการให้รับประทานอาหารในแบบที่ผิด เพราะว่าเด็กน้อยมีร่างกายที่โตก่อนวัย ซึ่งทางคุณพ่อคุณแม่ยืนยันว่าไม่ได้ให้ลูกกินอาหารเสริมหรืออาหารที่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด หลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลแล้ว ด้วยความกังวลคุณแม่ได้พาลูกไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลอื่น ซึ่งทีมแพทย์ตรวจพบเนื้องอกที่อกด้านซ้าย พร้อมทั้งมีอาการบวมร่วมด้วย ซึ่งเบื้องต้นคุณหมอได้สั่งจ่ายยาและมีการผ่าตัด และการผ่าตัดก็เป็นไปได้ด้วยดี และเด็กน้อยก็กลับบ้านเพื่อพักฟื้น หลังจากที่เรื่องราวได้รับการเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจและเข้ามาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม เรื่องมะเร็งเต้านม เราต้องหมั่นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ สร้างความตกใจให้กับคนทั่วโลกเป็นอย่างมากที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมอายุเพียง 3 ขวบเท่านั้น ส่วนผู้อ่านเองหากมีอายุมากกว่า 20 ปี ขึ้นไปควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน และเข้าตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุก 3 – 5 ปี

เล่นสมาร์ทโฟนทำให้เป็นโรคมะเร็งได้จริงหรือ

ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนถือเป็นปัจจัยที่ 5 หรือไม่ก็อวัยวะที่ 33 ของผู้คนไปเสียแล้ว เราอยู่กับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนตั้งแต่ตื่นนอน ไปทำงาน ไปโรงเรียน ไปเที่ยว ขึ้นเขาลงห้วยที่ไหนก็พกเจ้าสิ่งนี้ติดตัวไปด้วยเสมอ โดยประชากรในประเทศไทยมีผู้ใช้โทรศัพท์ถึง 56.55 ล้านคน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ส่วนอายุของผู้ที่มีโทรศัพท์ไว้ในครอบครองก็น้อยลง มีหน่วยงานที่รวบรวมสถิติข้อมูลของผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตปรากฏว่าประเทศไทยไทยติดอันดับ 1 ในโลก และกรุงเทพยังเป็นเมืองที่มีผู้ใช้งานเฟสบุ๊คมากที่สุดในโลกอีกด้วย เล่นโทรศัพท์ก่อมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ให้ข้อสรุปว่า เด็กที่ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มว่าจะเป็นมะเร็ง 12 ประเภท อันประกอบไปด้วย มะเร็วเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งไต มะเร็งตับอ่อน เป็นต้น นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นที่ทราบดีว่าความสามารถในการมองเห็นของเด็ก ๆ จะลดลงเมื่อเล่นโทรศัพท์เกินกว่าเวลาที่กำหนดทุกวัน ใน 50 ปีที่ผ่านมา อัตราสายตาสั้นในเด็กพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจาก 7.2 % เป็น 16.4 % ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มากจากการเล่นโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ผู้ปกครองหลายรายซื้อโทรศัพท์ให้ลูกเพื่อให้ลูกเล่นและจะได้ไม่ร้องงอแง คือให้โทรศัพท์ช่วยเลี้ยงลูก และจากการศึกษาพบว่าเด็กที่มีการบริโภคแบบเฉื่อยซึ่งในที่นี้หมายถึงเด็กจะรับประทานอาหาร หรือนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารนิ่ง ๆ

หวังพึ่งให้รักษา แต่กลับมาทำร้ายกันมากขึ้นกว่าเดิม

ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยทางจิตเวชเพิ่มมากขึ้น โดยมากกว่า 2,600,000 คนในปีที่ผ่านมา การป่วยด้วยโรคจิตเวชเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ทั้งสารสื่อประสาทในสมอง สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู ความผิดปกติของสมอง รวมทั้งการติดต่อผ่านทางพันธุกรรมซึ่งหน่วยงานและสื่อต่าง ๆ ได้ออกมาให้ความรู้ เผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน วิธีอยู่ร่วมกับโรคและวิธีอยู่ร่วมกับผู้ป่วยไว้อย่างมากมาย ทั้งในรูปแบบของบทความในนิตยาสาร บทความผ่านทางสื่อออนไลน์ การลงพื้นที่ให้ความรู้ของบุคคลากร ในอดีตการป่วยเป็นโรคทางจิตเวชเชื่อกันว่าเพราะมีวิญญาณร้ายเข้ามาสิง หรือทำผิดประเพณีร้ายแรงของสังคมจึงได้รับการลงโทษ โรงพยาบาลที่รับคนไข้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา หรือรักษาโรคเหล่านี้โดยตรง ได้รับขนานนามว่าเป็นโรงพยาบาลบ้า ความเชื่อในรูปแบบนี้ทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่อยากยอมรับว่าตัวเองมีอาการป่วย ไม่ยอมเข้ารับการรักษา และถ้าหากเข้ารับการรักษาก็เท่ากับว่ายอมรับว่าตัวเองป่วยด้วยโรคเหล่านั้น พยายามหยุดยาเอง หรือเมื่อรักษาออกมาแล้วก็อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ยาก สังคมไม่ยอมรับ ล้อเลียน หรือตีตัวออกห่าง สิ่งนี้ทำให้คนไข้หลาย ๆ คนพยายามหาวิธีรักษาโรคที่ตัวเองเป็นด้วยวิธีอื่น โดยที่ไม่ต้องเดินไปที่โรงพยาบาล ถ่ายทอดพลังงานสะอาดด้วยวิธีสกปรก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายหญิง 12 รายซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนบราซิลกล่าวหานาย นายโจอาว เตเซียรา เดอ ฟาเรียอายุ 76 ปี ที่อ้างว่าตัวเองมีพลังจิตวิเศษสามารถรักษาโรคทางจิตเวชได้ และชายผู้นี้มีชื่อเสียงระดับโลกว่าเขาได้ล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนผู้เข้ารับการรักษาตั้งแต่ปี 2553

โรงเรียนปลอดภัยสำหรับบุตรหลานของท่านหรือไม่

ความปลอดภัยของบุตรหลานเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองใส่ใจเป็นพิเศษในทุกขณะ เมื่อต้องส่งบุตรหลานไปเข้าเรียน ผู้ปกครองก็เตรียมการทั้งอาหารและน้ำดื่มว่าได้รับคุณภาพที่ดี การรักษาความสะอาดด้วยการหมั่นย้ำให้บุตรหลานล้างมือให้สะอาด ไม่หยิบขอตกพื้นกิน การเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียนอย่างระมัดระวัง ทั้งความปลอดภัยภายในอาคารและภายนอกอาคาร และอื่น ๆ หลังจากส่งบุตรหลานที่โรงเรียน ไม่เพียงแต่วางใจให้ครูช่วยสอนศิลปะวิชาความรู้แขนงต่าง ๆ เท่านั้น ผู้ปกครองยังวางใจให้ครูในโรงเรียนสอดส่องดูแลบุตรตัวเองให้ปลอดภัยอีกด้วย หากแต่บางครั้งกลับไม่เป็นเช่นนั้น กลับกลายเป็นว่าบุคคลากรในโรงเรียนได้ทำร้ายเด็กในความรักผิดชอบของตัวเองเสียเอง ครูโรงเรียนชั้นประถมของฮ่องกงถูกจับด้วยข้อหาข่มขืนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้มีนักเรียนที่จบไปแล้ว 5 คนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองไซกุงได้ยื่นรายงานฟ้องครูวัย 56 ปี ( Mak Lung-yee ) ผู้อำนวยการโรงเรียนประถม ในวันอังคารที่ผ่านมามัก (Mak) ถูกฟ้องด้วย 8 ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำอนาจารหลังจากที่เขาถูกจับเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางกระทรวงการศึกษาธิการปฏิเสธให้สัมภาษณ์ เนื่องด้วยกำลังดำเนินการด้านกฎหมายอยู่ และได้แจ้งเพียงว่าจะติดตามผลกับทางโรงเรียนอย่างใกล้ชิด และจะให้ความช่วยให้มากที่สุด การป้องกันที่ทุกฝ่ายต้องมีร่วมกัน เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ถูกกระทำและครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะแก้ไขและเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เรายังต้องหันมาร่วมมือร่วมใจกันป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำ จะดีกว่าหรือไม่ถ้าในกระบวนการผลิตบุคคลากรครู มีกระบวนการที่มุ่งเน้นไปที่การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมอันดีมากขึ้น และส่งเสริมการเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของเพื่อนมนุษย์มากขึ้น ภาครัฐต้องมีมาตรการที่เข้มงวด เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว การลงโทษผู้กระทำผิดที่เด็ดขาดและเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่สำคัญซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยภาครัฐหน่วยงานด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีในการดำเนินการ บางประเทศอนุมัติให้มีโทษประหาร