“เอเวอร์เรสต์” ความฝันสูงสุดของนักปีนเขาบ้างเอาชีวิตไปทิ้งจนกลายเป็นสุสานที่สูงที่สุดในโลก

                เชื่อว่าหลายคนรู้จักชื่อภูเขาที่สูงที่สุดในโลก อย่างภูเขาเอเวอเรสต์ ประเทศเนปาล ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นความฝันอันสูงสุดของนักปีนเขาทุกคนเลยก็ว่าได้ ด้วยความท้าทายทั้งเรื่องความสูง และความถึกทนของร่างกายในขณะอยู่บนที่สูงส่งผลให้นักปีนเขาหลายคนต้องฝึกฝนตนเองทั้งชีวิตเพื่อพิชิตเอเวอร์เรสต์ให้ได้สักครั้ง ดังนั้นจึงมีคำแนะนำและคำเตือนของผู้ที่เคยพิชิตเอเวอร์เรสต์ออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเรื่องการตระเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อระดับความสูงที่มีออกซิเจนต่ำ และคำแนะนำของผู้พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ได้ส่วนใหญ่ก็คือ ต้องพิชิตยอดเขาสูง ๆ ในโลกให้ได้ 3 – 4 ลูกก่อนแล้วค่อยมาพิชิตเอเวอร์เรสต์ เนื่องจากความยากลำบากของภูมิประเทศ และความหนาวเย็นของภูมิอากาศอาจทำให้ร่างกายช็อกได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่ใฝ่ฝันจะพิชิตเอเวอร์เรสต์จึงควรได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจังเสียก่อน ใช่ว่าการปีนภูเขาเอเวอร์เรสต์แห่งนี้จะมีแต่ผู้ประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะนอกจากปัจจัยทางร่างกายต้องพร้อมแล้วยังมีปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศ หลายครั้งที่มีรายงานข่าวว่าเกิดพายุหิมะถล่มในหุบเขาเอเวอร์เรสต์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อนักปีนเขาและชาวบ้านโดยรอบ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด ในประเทศเนปาลที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 10,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รวมทั้งนักท่องเที่ยวผู้ต้องการพิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์อีกด้วย โดยรายงานระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตที่ถูกพบบริเวณหุบเขามีจำนวนกว่า 200 ศพ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเรื่อย ๆ เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูกาลของการปีนเขาทำให้มีนักปีนเขามากมายจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันที่นี่ แต่น่าเสียดายที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นเสียก่อน การสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นได้มีชาวไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งก็คือหมออีฟ มาริสา จิรวงษ์

เซลฟี่มรณะ อุบัติเหตุยอดฮิตบนความประมาทหวังเก็บภาพประทับใจแต่ทำคนถ่ายตายสยอง

การถ่ายรูปตัวเองหรือที่เรียกว่าเซลฟี่นั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตั้งแต่ยุคที่เริ่มใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งกล้องของสมาร์ทโฟนในยุคแรกเริ่มนั้นไม่สามารถใช้กล้องหน้าได้ แต่เมื่อบริษัทโทรศัพท์ได้ทำการพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถมีโหมดปรับเปลี่ยนกล้องหลังและกล้องหน้า การเซลฟี่จึงเข้าสู่ยุครุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่การเซลฟี่นั้นไม่ได้ทำเพื่อถ่ายรูปเก็บภาพประทับใจเท่านั้น แต่คนใช้การถ่ายรูปแบบเซลฟี่เพื่อเช็คความบกพร่องบนใบหน้าของตัวเอง และรู้ว่ามุมไหนที่ตนถ่ายแล้วดูดี ซึ่งหลายบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ได้นำแนวความคิดนี้มาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อเสริมความสวยหล่อของผู้ที่ชอบถ่ายเซลฟี่ อีกทั้งยังเกิดธุรกิจการแพทย์ทางด้านศัลยกรรมใบหน้าให้คนไข้ได้มีใบหน้าที่ได้รูป และเป็นที่พึงพอใจอีกด้วย วันที่ 21 มิถุนายนของทุกปีถูกระบุให้เป็นวันเซลฟี่นานาชาติ เนื่องจากวันเดียวกันนี้ในปี 2014 พจนานุกรมออกซ์ฟอร์ดได้ระบุให้คำว่าเซลฟี่เป็นคำหนึ่งในพจนานุกรม ซึ่งหมายความว่าการถ่ายรูปตัวเองด้วยตัวเอง ดังนั้นทุก ๆ วันนี้ของปีผู้คนจะพากันถ่ายรูปเซลฟี่ในลักษณะต่าง ๆ เพื่อสร้างความทรงจำและความประทับใจเก็บเป็นที่ระลึก แต่ใช่ว่าการถ่ายรูปเซลฟี่นั้นจะสร้างความประทับใจเสมอไป โดยเฉพาะคนที่ชอบการเซลฟี่ในสถานที่แปลก ๆ หรือในท่าทางที่ผาดโผนก็สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ระทึกโดยหนุ่มอินเดียวัย 24 ปีพยายามไปยืนที่น้ำตกซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันราว ๆ 16 เมตร ในเมืองโกราภัทร รัฐโอริสา ประเทศอินเดีย ด้วยกระแสน้ำที่ไหลลงหน้าผาอยู่ตลอดเวลาทำให้เขาทรงตัวไม่อยู่และลื่นตกหน้าผาไปในที่สุดเป็นที่น่าตกใจของบรรดาเพื่อน ๆ และนักท่องเที่ยวที่พบเห็น โดยเหตุการณ์นี้ได้ถูกบันทึกเป็นวิดีโอคลิปสั้น ๆ จากเพื่อนของเขาและถูกเผยแพร่ในภายหลังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ต่อคนที่ชอบการเซลฟี่ ตามรายงานข่าวระบุว่าชายคนดังกล่าวนั้นไม่ได้เสียชีวิตแต่มีอาการโคม่าอยู่ในห้องไอซียู อีกหนึ่งเหตุการณ์สลดเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษโดยสาววัย 20 ปี ชาวนิวซีแลนด์ผู้รักการท่องเที่ยว และหลงใหลการเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจ ระหว่างทริปท่องเที่ยวในกรุงลอนดอนเธอได้ปีนขึ้นไปบนหน้าต่างของโรงแรมเพื่อหวังจะได้รูปเซลฟี่ของตัวเธอกับวิวในเมืองใหญ่ แต่เรื่องไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นกับสาวน้อยผู้นี้โดยเธอพลัดตกจากหน้าต่างโรงแรมลงมาสู่พื้นด้วยอาการสาหัส และเสียชีวิตในภายหลังซึ่งเป็นที่เศร้าเสียใจต่อเพื่อนและครอบครัวของเธออย่างยิ่ง

อเมริกาอ่วม มหันตภัยจากคลื่นความร้อนทำคน สัตว์ สิ่งของเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

                เมื่อพูดถึงฤดูร้อนหลายคนอาจรู้สึกไม่ชอบอากาศอบอ้าวทำให้เหงื่อออกเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัว และเป็นที่น่ารำคาญใจอย่างยิ่ง แต่สำหรับในประเทศที่ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีทำให้ฤดูร้อนกลายเป็นเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนจะได้ออกจากบ้านมารับแสงแดดอุ่น ๆ ให้ผิวได้รับวิตามินดีบ้าง แต่ถึงอย่างไรฤดูร้อนก็ไม่ได้เป็นฤดูแห่งความสุขเสมอไป เนื่องจากในบางช่วงที่ร้อนมาก ๆ ประชาชนไม่สามารถออกจากบ้านได้เลย เพราะความร้อนในอากาศที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้เกิดอาการไม่สบายแบบเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะฤดูร้อนในประเทศอเมริกาซึ่งพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลทรายมักจะได้รับผลกระทบจากลมร้อนส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2017 สำนักข่าวต่างประเทศในเมืองลอสแองเจลลิสได้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน ที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย 2 ใน 4 ของผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงอายุวัย 72 และ 87 ปี จากอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 46 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายมีอุณหภูมิลดลง อีกหนึ่งเหตุการณ์เหลือเชื่อเกิดขึ้นในรัฐอริโซน่าทางตะวันตก และทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นราว ๆ 42 – 49

Trump

ทรัมป์ สั่งเพิ่มภาษีสินค้าจากจีน 25%

ท่ามกลางกระแสข่าวกีฬา และข่าวการเมืองที่กำลังร้อนระอุในช่วงเวลานี้ สงครามการค้าระหว่างประเทศก็สร้างความตึงเครียดให้กับตลาดโลกเป็นอย่างมาก หลังจากที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สั่งการให้ผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ ยูเอสทีอาร์ นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ให้ทำการพิจารณาปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ขึ้นสู่ระดับ 25 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดรวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 2 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับแผนการเรียนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 25 เปอร์เซ็นต์ นั้นถือว่าสูงกว่าแผนที่ทางสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2018 ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ทั้งสองประเทศไม่สามารถเจราจาเพื่อที่จะหาข้อตกลงในการยุติข้อพิพาททางการค้า โดยมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 25 เปอร์เซ็นต์ จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่เดือนกันยายน 2018 เป็นต้นไป สำหรับสินค้าที่ประเทศจีนจะถูกเก็บภาษีรอบใหม่ มีหลากหลายกว่าพันชนิด ไม่ว่าจะเป็น เคมี, เฟอร์นิเจอร์, อาหาร, อลูมีเนียม, จักรยาน, ถุงมือ, ยางรถยนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ที่ทุกอย่างล้วนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสหรัฐ

กฎคือกฎ ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด!

  กฎหมายถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทุกประเทศที่มีรูปแบบการปกครองในระบบประชาธิปไตย มีการกำหนดขึ้นจากความเห็นของบุคคลหลาย ๆ ฝ่าย ผ่านขั้นตอนกระบวนการมากมายกว่าจะกลายมาเป็นข้อปฏิบัติ และข้อบังคับได้นั้น เรียกว่าเหนื่อย และลำบากลำบนมากทีเดียว ลักษณะของกฎหมาย คือ ต้องปฏิบัติตามที่ให้ปฏิบัติ และไม่ปฏิบัติตามข้อที่ห้าม หากใครฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษตามกฎหมายที่ได้ระบุโทษความผิดที่ได้กระทำไป หลายประเทศถือกฎหมายเป็นใหญ่ที่สุด ซึ่งจริง ๆ ก็ควรต้องเป็นอย่างนั้น เพราะการฝ่าฝืนถือเป็นความไร้ระเบียบ ไม่อยู่ในกรอบที่วางไว้ คนอื่น ๆ จะมองเป็นคนนอกคอก ท้ายที่สุดก็จะลงโทษตามความผิดนั้น ดูแล้วทุกอย่างก็สมเหตุสมผลดี มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศอิหร่านนครดูไบ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา มีนักโทษถูกตัดสินโทษด้วยการถูกตัดมือ ความผิดฐานลักขโมย ติดคุกหลายปี และเมื่อตัดสินโทษ จึงถูกตัดสินให้ถูกตัดมืออย่างที่เป็นข่าวแพร่กระจายไปทั่ว หลายคนต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทลงโทษอันโหดเหี้ยมนี้ กลายเป็นประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันหลายวัน เกี่ยวกับกฎหมายของประเทศอิหร่าน ซึ่งอิหร่านเองก็เป็นประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เลย แต่ทำไมกฎหมายถึงเด็ดขาดและรุนแรงเช่นนี้ ขณะที่เกาหลีเหนือก็มีกฎหมายที่เด็ดขาดเช่นกัน ผู้นำสูงสุดคือผู้ปกครอง ทุกคนต้องปฏิบัติกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด แต่เกาหลีเหนือนั้นเรียกว่าเป็นประเทศที่ไม่ใช้ระบบประชาธิปไตยอย่างหลาย ๆ

“Korean Air” ความรุนแรงที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น

เรียกได้ว่าปล่อยความอื้อฉาวออกมาให้เห็นเป็นระลอก กับความเจ้าอารมณ์ของเหล่านายหญิงแห่ง Korean Air ย้อนไปเมื่อปลายปี 2557 นางสาวโช ฮยุน อาห์ บุตรสาวของนายโช ยัง โฮ ประธานบริษัท Korean Air ได้ขับไล่พนักงานต้อนรับลงจากเครื่องบินเที่ยวบินนิวยอร์ค-กรุงโซล เพราะไม่พอใจที่พนักงานนำถั่วมาเสิร์ฟให้เธอทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สั่ง และยังเสิร์ฟเป็นห่อโดยไม่ได้เทใส่ถ้วยตามระเบียบของสายการบิน นางสาวโช ฮยุน อาห์ ได้สั่งการให้หัวหน้าพนักงานลงจากเครื่องบิน เนื่องจากไม่สามารถควบคุมให้ลูกเรือปฏิบัติตามได้ ทำให้เที่ยวบินนั้นต้องล่าช้ากว่ากำหนดถึง 20 นาที เมื่อเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป เป็นผลให้เธอถูกวิจารณ์อย่างหนักจากประชาชนเกาหลีใต้และชาวโซเชียลทั่วโลก ต่อมาในเดือนเมษายนปี 2561 นางสาวโช ฮยุน มิน ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของ Korean Air ซึ่งเป็นน้องสาวของโช ฮยุน อาห์ ได้ถูกสั่งพักงานเนื่องจากเธอได้ขว้างแก้วน้ำใส่เข้าที่ใบหน้าของผู้จัดการฝ่ายโฆษณาในระหว่างการประชุม ส่งผลให้สหภาพแรงงานของสายการบินเรียกร้องให้เธอลาออก และยิ่งไปกว่านั้นกระแสสังคมพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมก้าวร้าวและไม่เหมาะสมของเธอ ล่าสุดนางมยอง ฮี ภรรยาของนายโช ยัง โฮ ได้ถูกตำรวจเกาหลีใต้เชิญตัวไปสอบปากคำหลังจากมีคลิปวีดีโอถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ของเกาหลีใต้ซึ่งถูกแอบถ่ายไว้ตั้งแต่ปี

พฤษภา – มิถุนา เวลาทองของ “สับปะรดศรีราชา”

สับปะรดศรีราชาขึ้นชื่อในเรื่องของความความอร่อย หวาน เหมือนอาบน้ำผึ้ง ลักษณะพิเศษคือทานได้ในขณะที่เปลือกยังมีสีเขียว เพราะข้างในสุกและฉ่ำ เรียกว่าเป็นสับปะรดที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ สับปะรดศรีราชานั้นไม่ได้ปลูกแค่ในอำเภอศรีราชา แต่ปลูกกันมากในหลาย ๆ อำเภอของจังหวัดชลบุรี ถ้ามีโอกาสใช้ถนนเส้นชลบุรี-ระยองในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน หรือในช่วงฤดูฝน ก็จะได้พบกับไร่สับปะรดที่กำลังถูกเก็บเกี่ยวผลผลิตจากเกษตรกร ประกอบกับเส้นทางที่มีความสวยงามของธรรมชาติในหน้าฝน ทิวทัศน์ธรรมชาติมีทั้งภูเขา ต้นไม้ และเรือกสวนไร่นาทางการเกษตรนั้น สามารถสร้างบรรยากาศการเดินทางให้รู้สึกปลอดโปร่ง สดชื่น ผลิตผลทางการเกษตรที่จะพบเห็นทั้งสองข้างทาง ได้แก่ มันสำปะหลัง และสับปะรดศรีราชา ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าเอาสับปะรดจากสวนของตัวเองมาขายริมถนน ทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ ราคาจะอยู่ที่ 10 กิโลกรัม 100 บาท (ราว ๆ 3-4 หัว) สามารถซื้อเป็นของฝากหรือเอากลับไปทานที่บ้านได้ สำหรับใครที่อยากจะทานสด ๆ ทางร้านก็จะมีสับปะรดปอกแช่เย็นหวานฉ่ำไว้คอยบริการราคาถุงละ 20 บาท ซึ่งถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับรสชาติและความประทับใจ นอกจากนี้ยังมีสินค้าแปรรูปจากสับปะรดเช่น สับปะรดกวน สับปะรดกระป๋อง ลูกอมสับปะรด ฯลฯ

“วงการโทรทัศน์” ความนิยมลดลงเพราะ YouTube

                เมื่ออินเทอร์เน็ตสามารถใช้งานได้ทั่วโลก ความนิยมของ YouTube จึงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ผู้คนทั่วโลกใช้ YouTube เป็นช่องทางแสดงความสามารถ เพื่อความบันเทิง รวมไปถึงการศึกษาหาความรู้ ซึ่งก่อนหน้านั้นหลายสิบปีเรามีโทรทัศน์เป็นเหมือนศูนย์รวมความบันเทิง ข่าวสาร และความรู้ ดูเหมือนว่าโทรทัศน์เป็นสิ่งที่ทันสมัยที่สุด แต่ก็มีข้อเสียสำคัญประการหนึ่งคือ ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมได้อย่างทั่วถึง ผู้ชมไม่มีสิทธิ์เลือกดูรายการที่ตนสนใจในเวลาสะดวก แต่ YouTube ทำได้โดยผู้ชมมีสิทธิ์เลือกดูรายการอะไรและเวลาใดก็ได้ โทรทัศน์จึงเสียเปรียบในข้อนี้ สำหรับวงการโทรทัศน์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะได้เป็นผู้ดำเนินรายการ เพราะต้องผ่านขั้นตอนมากมายเริ่มตั้งแต่การสมัคร ฝึกฝน เพื่อพร้อมเข้าสู่การเป็นมืออาชีพหน้ากล้อง แต่สำหรับ YouTube ทุกคนสามารถเป็นผู้ดำเนินรายการของช่องตัวเองได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองใดๆให้เสียเวลา มีอิสระในการนำเสนอเรื่องราวที่ตนมีความถนัดและสนใจ ซึ่งต่างจากช่องรายการโทรทัศน์ ก่อนนำเสนอเรื่องราวใด ๆ นั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบจากหลายฝ่าย และผู้ดำเนินรายการมีหน้าที่รายงานผ่านหน้ากล้องเท่านั้น ส่วนรายได้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของช่อง โดยไม่เกี่ยวกับจำนวนคนดู ไม่ว่าจะมีจำนวนผู้ชมมากหรือน้อย ผู้ดำเนินรายการก็ได้รายได้เท่าเดิม ผู้ชมมาก ยิ่งรวยมาก จำนวนผู้ติดตามและจำนวนผู้ชมใน YouTube มีผลต่อรายได้ของผู้ดำเนินรายการ ซึ่งขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของเนื้อหา ถ้าได้รับความสนใจมากและมีผู้ชม ผู้ติดตามจำนวนมาก ก็จะมีโฆษณาเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นที่มาของรายได้ ผู้ดำเนินรายการจะได้รับส่วนแบ่งจากจำนวนผู้ชมโฆษณา นี่คือความแตกต่างของโทรทัศน์เพราะไม่สามารถทำเงินได้มากกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างของตน จำนวนผู้ชมและจำนวนโฆษณาก็ไม่มีผลต่อรายได้ของผู้ดำเนินรายการ

ธุรกิจ “บุฟเฟต์” ไปได้ดีเพราะมีสิทธิ์เลือก

เรารู้จักอาหารบุฟเฟต์กันมาสักพักใหญ่ ซึ่งแพร่หลายไทยมาแล้วราว ๆ สิบกว่าปี หมูกระทะหัวละ 69 บาทเป็นจุดเริ่มต้นการทำความรู้จักอาหารบุฟเฟต์ของคนไทย ร้านหมูกระทะบุฟเฟต์ที่เริ่มแพร่หลายไปทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทำให้คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการกินอาหารบุฟเฟต์ คนไทยชอบกินอาหารบุฟเฟต์จากความรู้สึกว่า ทุกคนไม่ว่าจะมีรายได้ระดับไหน เมื่ออยู่ในร้านบุฟเฟต์ก็จะมีสิทธิ์ในการเลือกเท่า ๆ กัน ความเหลื่อมล้ำในความรวยและจนเป็นปัญหาสังคมอย่างหนึ่งของของคนไทย การเข้าไปใช้บริการร้านอาหารที่ไม่รู้งบประมาณที่แน่นอน ทำให้คนไทยหลายคนรู้สึกกลัวการทานอาหารนอกบ้าน แต่บุฟเฟต์มีข้อกำหนดราคาที่ตายตัว ทำให้ผู้เข้าไปใช้บริการไม่ว่าจะมาจากที่ใด ไม่รู้สึกเขินอายเมื่อถึงเวลาชำระค่าอาหาร เพราะรู้ราคาล่วงหน้าและมีการวางแผนมาแล้ว ทานเท่าไรก็ได้ไม่จำกัด ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม การมีสิทธิ์ตัดสินใจในรายการอาหารของตน ก็เป็นเหตุผลหลัก ๆ ให้คนเลือกทานอาหารบุฟเฟต์มากกว่าอาหารที่เสิร์ฟในจานธรรมดา ถึงแม้ว่าอาหารบางอย่างมีราคาเท่ากัน แต่คนก็มักจะเลือกทานบุฟเฟต์มากกว่า หรืออาหารที่เหมือนกันแต่แบบธรรมดาราคาถูกกว่าบุฟเฟต์ หลายคนก็ยังเลือกทานบุฟเฟต์ การเข้าใจว่าตนเองมีอิสระในการเลือกทานอาหารอะไรก็ได้ในปริมาณเท่าไหร่ก็ได้นั้น เป็นสิ่งที่สนับสนุนในการตัดสินใจเลือกทานอาหารประเภทนี้ เมื่อตระหนักว่าการจ่ายเงินหนึ่งครั้งต่อทางเลือกอาหารหลาย ๆ อย่างนั้น คุ้มค่ากว่าจ่ายเงินหนึ่งครั้งต่ออาหารอย่างเดียว ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์เลือกและไม่ถูกควบคุม จึงทำให้ทัศนคติต่ออาหารบุฟเฟต์มักอยู่ในทางบวกมาเสมอ ความจริงแล้วไม่ใช่ผู้บริโภคเป็นฝ่ายควบคุม แต่กลับกันเจ้าของกิจการบุฟเฟต์ต่างหากที่เป็นผู้ควบคุม โดยราคาต่อหัวสำหรับการทานบุฟเฟต์นั้นถูกกำหนดโดยเจ้าของร้าน ธุรกิจอยู่ได้ด้วยกำไรจากผลผลิต ดังนั้นกิจการร้านอาหารบุฟเฟต์ก็ไม่ได้ทำเพื่อการกุศล การคำนวณราคาวัตถุดิบและค่าอาหารต่อลูกค้าหนึ่งคน ถูกคำนวณมาอย่างรอบคอบว่าเท่าไหร่จึงจะไม่ขาดทุน ทั้งหมดจึงไม่ใช่ความใจดีของเจ้าของกิจการที่ให้ลูกค้าทานในปริมาณไม่จำกัด แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจบุฟเฟต์อยู่ได้ก็คือ ความรู้สึกของลูกค้าที่ว่าตนมีสิทธิ์เลือกแน่ๆเมื่อตัดสินใจทานอาหารบุฟเฟต์

“โลกร้อน” เป็นปัญหาของมวลมนุษยชาติ ชิคาโก ร้อนแท้ ไม่แพ้ไทย

ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่อากาศร้อนมากที่สุดในฤดูร้อน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ที่มีค่าความร้อนและอัตราการปล่อยสารพิษสู่ชั้นบรรยากาศเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สาเหตุหลักที่กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองมลพิษก็มาจากความร้อนที่ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ยิ่งร้อนมากผู้คนก็ยิ่งใช้เครื่องปรับอากาศมาก รวมไปถึงความหนาแน่นของการจราจรและผู้ใช้รถใช้ถนน การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์สู่ชั้นบรรยากาศ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อากาศร้อนขึ้น ไม่ใช่กรุงเทพฯ เท่านั้นที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนขึ้นทุกปี แต่หลาย ๆ ประเทศก็ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเช่นกัน รายงานล่าสุดจากเว็บไซต์ชิคาโก ซัน ไทมส์ ระบุว่าฤดูร้อนปีนี้เป็นปีที่อุณหภูมิสูงที่สุดในรอบ 5 ปีของเมืองชิคาโก โดยอุณหภูมิในบ่ายวันเสาร์ช่วยปลายเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมาได้พุ่งสูงถึง 32 องศาเซลเซียส ทำให้ชาวเมืองชิคาโกนั้นหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยาของเมืองชิคาโกยังระบุอีกว่า อุณหภูมิมีโอกาสสูงขึ้นถึง 34 องศาเซลเซียสในอีก 2 วันข้างหน้า “ร้อนจนคนต้องตาย” อากาศร้อนสามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายอย่าง โดยเฉพาะอาการเจ็บป่วยอย่างเฉียบพลัน มีสาเหตุมาจากอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น นั่นคือโรคลมแดด (Heat Stroke) มีอันตรายอย่างมาก อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการทำงานผิดปกติของสมอง ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ