Author: Stella Spencer

ตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก จากอังกฤษอีก 2 ใบจะเป็นของใคร

หลังจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้รอดพ้นโทษแบนห้ามลงแข่งในรายการฟุตบอลถ้วยยุโรป ทำให้โควต้าทีมจากอังกฤษที่จะได้สิทธิไปเล่นฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก จะยังคงเป็นทีมอันดับ 1-4 ของตารางเหมือนเดิม ซึ่งอันดับ 1 และ 2 ก็ถูกจองสัมปทานโดยทีมแชมป์อย่างหงส์แดง ลิเวอร์พูลเรียบร้อยแล้ว ส่วนอันดับ 2 เป็นของทีมเรือใบสีฟ้า ทำให้เหลือเพียงแค่อันดับ 3 และ 4 ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการห้ำหั่นกันจนถึงนัดสุดท้าย ระหว่างสามทีม สิงห์บลู เชลซี ปิศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ สำหรับสิทธิการไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก ถือเป็นสิ่งที่ทุกทีมหมายปองเพราะนั่นหมายถึงรายได้มหาศาลทั้งจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ตั๋วเข้าชมเกม รวมทั้งเงินรางวัลจากการแข่งขัน โดยรวมถึงการเสียผลประโยชน์ทางอ้อมหากไม่ได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปเช่น ความสนใจของเหล่าสปอนเซอร์ต่าง ๆ รวมทั้งโอกาสการดึงตัวนักเตะซุปเปอร์สตาร์ทั้งหลายเข้าสู่ทีมที่เป็นเรื่องยากแน่หากทีมไม่ได้ไปเล่นในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เชลซี โปรแกรมยังหนักพอตัว เหลือเกมในมืออีก 2 เกม สำหรับเชลซี โดยเกมแรกจะออกไปเยือนถิ่นแอนฟิลด์ของทีมแชมป์ลิเวอร์พูล ซึ่งคงไม่เน้นอะไรมาก เชลซีน่าจะอาศัยความกระหายชัยชนะเก็บสามแต้มไปได้ แต่ถ้าลิเวอร์พูลยังคงคิดจะรักษาศักดิ์ศรีทีมแชมป์ เล่นกันเต็มที่

ภารกิจสำคัญ การกอบกู้ปีศาจแดง

ถ้าจะพูดถึงสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ที่น่าเกรงขาม ในวงการฟุตบอลอังกฤษและทวีปยุโรปรวมถึงทั้งโลกใบนี้แล้ว คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในนั้น แต่หลังการวางมือของบรมกุนซือ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังคงมิอาจทำผลงานได้สมปรารถนาดังที่สาวกทั่วโลกต้องการได้ แน่นอนว่าความสำเร็จเป็นสิ่งที่สาวกปิศาจแดงทุกคนใฝ่หา และจะมีทางไหนที่จะทำให้เหล่าสาวก Red army ได้เห็นการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อีกครั้ง 1.เปลี่ยนผู้บริหารสโมสร แน่นอนว่าตั้งแต่ตระกูล เกลเซอร์เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการต่อต้านจากเหล่ากองเชียร์ผีแดงเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องของการกู้เงินเพื่อเข้ามาซื้อกิจการ นั่นหมายถึงการเป็นหนี้ก้อนใหญ่ของสโมสรโดยอัตโนมัติ และผลกระทบที่ตามมาคืองบประมาณในการซื้อนักเตะระดับเกรดเอเข้ามาสู่ทีม แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปิศาจแดงจะทุ่มซื้อผู้เล่นราคาแพงเข้ามาสู่ทีมหลายคน เช่น พอล ปอกบา, โรเมอู ลูกากู, แฮรี่ แม็กไกว และล่าสุด บรูโน่ เฟอร์นันเดส แต่ก็มักมีกระแสข่าวอยู่เป็นระยะถึงการต้องการเข้ามาเทคโอเวอร์ของกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าหากสโมสรใดถูกฮุบเป็นเจ้าของโดยกลุ่มทุนอาหรับแล้ว ก็จะมีเงินทุนมหาศาลมาให้สโมสรได้ใช้จ่ายโดยเฉพาะการดึงนักเตะซุปเปอร์สตาร์เข้ามาสู่ทีม แต่ต้องไม่ลืมว่า มีข้อดี ก็อาจจะมีข้อเสียตามมาที่เราเห็นตัวอย่างกันมาแล้ว เช่น ชื่อสนาม โอเทรฟฟอร์ด อาจถูกเปลี่ยนชื่อ, และการใช้เงินทุนของเจ้าของที่นอกเหนือจากกำไรของสโมสรในการทุ่มซื้อนักเตะ ในยุคนี้

หาคู่หูใหม่ให้ แฮรี่ แม็คไกวร์ อุดรอยรั่วแนวรับปิศาจแดง

แฟนบอลปีศาจแดงหลายคนคงมองออกว่าจุดอ่อนของทีมรักที่ทำให้ยังห่างไกลความสำเร็จเหมือนเมื่อครั้งในอดีตปัจจัยหลักนั่นคือเกมรับที่ไม่แข็งแกร่ง หลังจากการหมดยุคของ ริโอ เฟอร์ดินาน และเนมันย่า วิดิช ไป ทีมยังไม่สามารถหาคู่หูในแนวรับที่แข็งแกร่งดังเดิมได้ เมื่อบอร์ดบริหารของทีมพยายามอุดรอยรั่วโดยการหาปราการหลังหลายราย ทีมก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ และสุดท้ายก็มีดีลที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการคว้าตัวกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง แฮรี่ แม็คไกวร์ จากเลสเตอร์ ซิตี้ มาสู่อ้อมกอดของรั้วปิศาจแดง แต่ก็ยังไม่สามารถอุดรอยรั่วนั้นได้อย่างสนิท ต้องบอกว่าช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แนวรับของแมนยู ฯ ก็ยังแสดงความผิดพลาดจนทีมเสียประตูแบบไม่น่าเสียครั้งแล้วครั้งเล่า มิหนำซ้ำ กองหลังตัวความหวังที่ซื้อมาราคาแพงยังทำตัวพลาดซะเองอีกด้วย ทั้งนี้และทั้งนั้นอาจจะต้องมองว่า แม็คไกวร์อาจจยังไม่มีคู่หูที่ไม่เหมาะสม เพราะคู่หูคนปัจจุบันคือ วิคเตอร์ ลินเดอร์เลิฟ ที่ยังฝากผีฝากไข้ไม่ได้ รวมทั้งยังเป็นกองหลังที่ไม่มีความเร็วเช่นเดียวกันกับแม็คไกวร์อีกด้วย แล้วจะมีกองหลังคนไหนที่บอร์ดบริหารของ แมนยูฯ ควรล่าตัวมายืนคู่กับแฮรี่ แม็คไกวร์ คริส สมอลลิ่ง แน่นอนว่าไม่ต้องซื้อตัว เพียงเรียกกลับมาช่วยทีม ซึ่งตอนนี้สมอลลิ่งกำลังเล่นให้กับโรม่าในกัลโช่ ซีรี่อา ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งถือว่าโชว์ฟอร์มได้ดีเลยทีเดียว ในวัย 30 ปี เชื่อว่าสมอลลิ่งน่าจะอาศัยประสบการณ์ยืนคอยช่วยเหลือแม็คไกวร์ได้ ซึ่งถือเป็นการประหยัดเงินทุนของสโมสรอีกด้วย หากไม่เวิร์คก็ค่อยหาตัวใหม่มาแทนได้ อิริค

คูติญโญ่ จากนักเตะที่เคยถูกแย่ง กลายเป็นนักเตะที่ไม่มีใครเอา

ฟิลิปเป้ คูติญโญ่ มิดฟิลด์ทักษะสูงที่แฟนบอลลิเวอร์พูลทั้งหลายคงรู้จักกันดี คูติญโญ่เคยเป็นมิดฟิลด์ที่ลิเวอร์พูลไม่สามารถขาดได้ แต่เมื่อถึงเวลาเขาเลือกที่จะตามหาความสำเร็จที่ลิเวอร์พูลไม่สามารถมอบให้เขาได้ ตามแบบฉบับนักฟุตบอลจากอเมิรกาใต้ ที่นิยมชมชอบในการไปเจริญเติบโตกับโคตรทีมในลีกสเปน อย่างบาเซโลน่า หรือ เรอัล มาดริด โดย คูติญโญ่เลือกที่จะไปอยู่กับบาเซโลน่าด้วยค่าตัวประมาณ 105 ล้านปอนด์ แน่นอนว่าย่อมสร้างผลกำไรให้กับสโมสรต้นสังกัดอย่างมโหฬารเพียงแต่ก็ทิ้งร่อยรอยความเสียใจไว้ให้กับแฟนบอลลิเวอร์พูลพอสมควร หลังจากได้ย้ายไปอยู่กับบาเซโลน่า คูติญโญ่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้ ในบางนัดถึงกับโดนแฟนบอลโห่ประกอบกับค่าเหนื่อยที่แพงมหาศาลทำให้บาเซโลน่าตัดสินใจที่จะปล่อยยืมตัว โดยสโมสรนั้นคือยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค อ้าแขนรับคูติญโญ่ไปใช้งานในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมให้กับทีม ด้วยความที่บาร์เยิร์น มิวนิค เป็นทีมที่อุดมด้วยนักเตะชั้นยอดอยุ่แล้ว อีกทั้งเป็นทีมที่เล่นกันด้วยทีมเวิร์คเข้าขารู้ใจ ทำให้คูติญโญ่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้อีกเช่นกัน สไตล์การเล่นของคูติญโญ่ ในบุนเดสลีกา ส่วนใหญ่จะเน้นใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลัก ทำให้บางครั้งเก็บบอลไว้กับตัวนานไป ทำให้เพื่อนเสียจังหวะในการเล่นทำให้คูติญโญ่ไม่ค่อยจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับ บาร์เยิร์น มิวนิคมากซักเท่าไหร่ อีกทั้งพบปัญหาบาดเจ็บในช่วงปลายฤดูกาลอีกด้วย ทำให้บาร์เยิร์น มิวนิค เลือกที่จะไม่ทำสัญญาซื้อขายขาดกับทางด้านบาเซโลน่า โดยให้เหตุผลว่าเล่นไม่เข้ากับระบบ และค่าตัวแพงเกินไป ต้นสังกัด ไม่อยากเก็บคูติญโญ่ไว้ เนื่องจากค่าเหนื่อยที่สูงของคูติญโญ่ ทำให้ต้นสังกัดบาเซโลน่ามีความพยายามที่จะขายคูติญโญ่ออกไป โดยเจ้าตัวเหลือสัญญาอีก 3 ปี และอายุก็ปาเข้าไป

ใครจะหยุดเสือใต้ สร้างความสูสีให้ฟุตบอลบุนเดสลีกา

จบลงไปแล้วสำหรับบุนเดสลีกา ฟุตบอลลีกของเยอรมัน แชมป์ฤดูกาลนี้ตกเป็นของบาร์เยิร์นมิวนิคอีกเช่นเคย ถือเป็นแชมป์สมัยที่ 29 และ เป็นแชมป์ 8 ฤดูกาลติดต่อกัน โดยที่ไม่มีทีมใดจะสามารถขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งแชมป์จากพวกเขาไปได้เลยใน 8 ฤดูกาลล่าสุด ส่วนตำแหน่งรองแชมป์ก็เป็นการผลัดกันของทีมต่าง ๆ อย่าง ดอร์ทมุน ชาลเก้ ไลป์ซิก และ โวล์ฟบวกส์ การที่บาร์เยิร์น มิวนิค เป็นแชมป์อย่างผูกขาดแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีของวงการฟุตบอลเยอรมันเช่นเดียวกัน เนื่องจากหากเป็นอย่างนี้ต่อไป แฟนบอลทั่วโลกอาจจะเบื่อหน่ายฟุตบอลเยอรมันก็เป็นได้ ถ้าหากอยากให้มีสีสันในการลุ้นแชมป์ทีมอื่น ๆ จำเป็นต้องสร้างทีม และเพิ่มศักยภาพของทีมให้มากขึ้นกว่านี้เพื่อจะได้ลุ้นขับเคี่ยวกับเสือใต้ตลอดฤดูกาล กลยุทธ์โหดร้ายตัดกำลังคู่แข่ง ถ้าสังเกตดูดี ๆ จะพบว่า บาร์เยิร์นมิวนิคมีกลยุทธในการตัดกำลังคู่แข่งนั่นคือการซื้อตัวผู้เล่นตัวหลักของทีมคู่แข่ง ซึ่งแน่นอนนักเตะในบุนเดสลีกาส่วนใหญ่ ย่อมอยากย้ายไปร่วมทีมกับเสือใต้ เท่านั้นไม่พอ บางรายถึงขนาดรอให้หมดสัญญาแล้วค่อยฉกตัวมาอย่าง แมท ฮุมเมิ่ล และ โรเบิร์ต เลวานดอฟกี้ ที่ไปฉกตัวมาจากดอร์ทมุนทำให้ทีมคู่แข่งอ่อนกำลังลง ในขณะเดียวกันทีมเสือใต้เองก็แข็งแกร่งขึ้นไปอีก ในทางตรงกันข้าม ไม่มีทีมไหนที่จะดึงตัวผู้เล่นกำลังหลักของเสือใต้ไปร่วมทีมได้เลย เพราะฉะนั้นบรรดาทีมที่ต้องการลุ้นแชมป์กับเสือใต้ต้องหาวิธีมัดใจเหล่านักเตะตัวสำคัญไว้กับสโมสรให้ได้เพื่อที่จะได้ขับเคี่ยวกับบาร์เยิร์นได้อย่างสูสี การยืนระยะในลีกระยะยาวได้ ด้วยฟอร์มที่สม่ำเสมอ

เป็นไปได้ไหม ที่บาร์เยิร์นจะคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในฤดูกาลนี้

จบไปแล้ว 2 รายการฟุตบอลเยอรมันทั้งบุนเดสลีกา และเดเอฟเอ โพลคาล ที่ บาร์เยิร์น มิวนิค คว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปครองแล้ว เหลืออีกหนึ่งเป้าหมายสำหรับทีมเสือใต้ ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่เสียด้วยนั่นคือฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ที่จะมีคิวเตะหลังจากนี้ ซึ่งจะมีความเป็นไปได้ขนาดไหนที่เสือใต้ บาร์เยิร์นมิวนิคจะสามารถคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้อีกครั้งนึงและกลายเป็นทริปเปิ้ลแชมป์เหมือนกับที่เคยทำได้ในฤดูกาล 2012-2013  มีปัจจัยอะไรบ้างที่น่าจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้ ฟอร์มเสมอต้นเสมอปลาย หลังจากเอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในนัดชิงถ้วยเดเอฟเบ โพคาล 4-2 ทำให้บาเยิร์นทำสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 26 เกม โดยเป็นการชนะติดต่อกันถึง 17 นัด รวมไปถึงการคว่ำ เชลซี และ สเปอร์จากอังกฤษด้วย ซึ่งถ้าฟอร์มเสมอต้นเสมอปลายเช่นนี้ก็น่าจะมีลุ้นเข้ารอบลึก ๆ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกไปเรื่อยจนถึงแชมป์ได้ ยอดทีมต้องมี สุดยอดกุนซือ ความสำเร็จของบาร์เยิร์น มิวนิคในฤดูกาลนี้อาจต้องยกความดี ความชอบ มากกว่า 50% ให้กับทางฮันซี่ ฟลิค กุนซือใหม่ที่ถูกแต่งตั้งเข้ามาแทนนิโก้ โควัค แน่นอน ฮันซี่

แมนเชสเตอร์ซิตี้รอดพ้นโทษแบนได้อย่างไร

ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับผลการอุทธรณ์โทษแบนการละเมิดกฎแฟร์เพลย์การเงิน ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมดังจากเกาะอังกฤษที่ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรปแบนห้ามลงเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป 2 ฤดูกาล และปรับเงินจำนวน 25 ล้านปอนด์ ซึ่งหลือโทษแค่ถูกปรับ 9 ล้านปอนด์เท่านั้น หลังจากได้รับโทษแบนจากยูฟ่า แมนฯซิตี้ ทำการอุทธรณ์โทษไปที่ศาลกีฬาโลก และในเช้าวันที่ 13 กรกฎาคม 2020 ศาลกีฬาโลกได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกโทษแบนในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยของยุโรป และลดโทษปรับจาก 25 ล้านปอนด์ เหลือ 9 ล้านปอนด์ แล้วทำไมเรือใบสีฟ้าจึงรอดพ้นโทษแบน และจะมีผลตามมาอย่างไรต่อไปสำหรับเหล่าทีมที่อยากให้แมนฯซิตี้โดนแบน ก่อนอื่นต้องอ้างอิงมูลเหตุที่ทำให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมาคือ มีการพบอีเมลการโอนเงินจากสปอนเซอร์สายการบินเฮติฮัท จำนวน 67.5 ล้านปอนด์ ซึ่งมีแค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้นที่มาจากสายการบินส่วนที่เหลือนั้นโดนแฉว่ามาจากกลุ่มทุนของเจ้าของแมนซิตี้โดยตรง เมื่อมีการสงสัยเช่นนี้จึงถือว่าเป็นการผิดกฎการเงินที่ไม่อนุญาติให้สโมสรรับเงินจากเจ้าของโดยตรง ทั้งนี้ ไม่มีใครยืนยันได้ว่าหลักฐานที่โดนแฉนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ของแมนซิตี้หลายคนก็ดูมีความมั่นอกมั่นใจในหลักฐานว่าจะสามารถชนะการอุทธรณ์ได้ จากการให้สัมภาษณ์กับสื่อ และในที่สุด ศาลกีฬาโลกก็มีการตัดสินให้แมนฯซิตี้รอดพ้นจากโทษแบน แมนฯซิตี้ไม่โดนแบนส่งผลโค้วต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ของลีกอังกฤษ ยัง อยู่ที่ อันดับ 1–4

จับตาตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีก 2020

ทุก ๆ การปิดฤดูกาลของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสิ่งที่น่าจับตามองก็คือตลาดซื้อขายนักเตะ ที่แต่ละทีมในพรีเมียร์ลีกต่างก็ร่วมกันกระโจนเข้าตลาดเพื่อซื้อผู้เล่นที่ต้องการมาเสริมทัพไว้สู้ศึกในฤดูกาลถัดไป สำหรับฤดูกาลนี้ที่อาจจะช้าไปทุกอย่างเนื่องจากเกิดสถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 ทำให้ฤดูกาลปิดช้า ก็ทำให้ตลาดเปิดช้าไปด้วย แต่ถึงแม้จะมาช้าแต่ดีกรีความเข้มข้นของตลาดซื้อขายนักเตะคงไม่น้อยไปกว่าฤดูกาลอื่น ๆ แน่นอน พรีเมียร์ลีกเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ 27 กรฎาคม 2020 ล่าสุดแถลงการณ์ของพรีเมียร์ลีกระบุว่าตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้จะเปิดทำการเป็นเวลา 10 สัปดาห์ เริ่มต้นจากวันที่ 27 กรกฎาคม และสิ้นสุดในวันที่ 5 ตุลาคม นอกจากนี้จะยังมีตลาดขายเฉพาะในอังกฤษ ระหว่างวันที่ 5-16 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นการทำธุรกรรมกันระหว่างทีมในพรีเมียร์ลีก และทีมจากลีกล่างเท่านั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังต้องการเสริมอีกหลายตำแหน่ง มีข่าวอย่างหนักกับจอดอน ซานโช่ ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายหลักในแนวรุกของแมนยู ฯ เลยทีเดียว ซึ่งก็น่าติดตามว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ส่วนตำแหน่งอื่นก็น่าจะเป็นตำแหน่งกองหลังที่โซลชาน่าจะหาคู่บัดดี้ใหม่ให้กับแฮรี่แม็คไกวร์ ลำพังแค่ 2 ตำแหน่งนี้ก็น่าจะทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลาญเงินเกินหลักร้อยล้านแน่นอน ลิเวอร์พูลมีข่าวกับศิษย์เก่าและ อัลคันทาร่า ทางด้านลิเวอร์พูลก็มีข่าวกับมิดฟิลด์ 2 คน คือ

แพทริออตส์ขึ้นทำเนียบโคตรทีมคนชนคน

นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ (ออกเสียงแบบอเมริกันว่า”เพเทรียตส์”) กลายเป็นทีมคนชนคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลเทียบเท่า “ทีมคนเหล็ก” พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์สทันทีเมื่อเอาชนะลอสแองเจลิส แรมส์ไปได้ 13-3 โดยทั้งสองทีมต่างคว้าแชมป์ซุปเปอร์โบว์ลไปได้ทีมละ 6 สมัย แต่แพทริออตเข้าชิงมากกว่าทีมคนเหล็กจากพิตต์เบิร์กถึง 3 ครั้ง นิวอิงแลนด์ แพทรีออตส์จึงกลายเป็นทีมอเมริกันฟุตบอลของอเมริกาที่เข้าชิงซุปเปอร์โบว์ลสูงสุดถึง 11 ครั้ง เริ่มต้นด้วยการแพ้นัดชิง 2 ครั้งแต่ทีมยังไม่เสียขวัญ นิวอิงแลนด์แพทริออตส์ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1959 ตลอดเวลาที่ลงเล่นในศึกอเมริกันฟุตบอลประสบความสำเร็จเพียงได้เข้าถึงซุปเปอร์โบว์ล 2 ครั้ง (ในปี 1985,1997) ก่อนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ “หมีมหาภัย” ชิคาโก แบร์ และกรีนเบย์ แพ็คเกอร์สทีมตัวเต็งในเวลานั้นไปแบบไม่ได้ลุ้น ซึ่งนอกจากแพทริออตส์แล้วยังมีซินซินเนติ เบงกอลส์, แคโรไลนา แพนเธอร์และแอตแลนตา ฟอลคอลส์ที่แพ้ในซุปเปอร์โบล์ทั้ง 2 ครั้งเช่นกันและยังไม่มีทีมใดที่สามารถคว้าแชมป์ซุปเปอร์โบล์เหมือนนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ได้เลยในปัจจุบัน แต่ยังมีทีมที่มีสถิติเลวร้ายมากกว่านี้คือมิเนโซต้า ไวกิ้งและ “ควายป่า” บัฟฟาโร่ บิลส์ที่แพ้รวดทั้ง 4 ครั้งที่ได้เข้าชิงซุปเปอร์โบว์ลแบบสุดชอกช้ำ

“ออลแบล็ค”พร้อมเดินหน้าคว้าแชมป์โลกรักบี้สมัย 4 ที่โยโกฮาม่า

“ออลแบล็ค” ทีมชาติรักบี้นิวซีแลนด์ อดีตแชมป์โลกรักบี้ 3 สมัย ภายใต้การนำของสตีฟ แฮนเซ่นผู้จัดการทีมมากประสบการณ์และคีแรน รีดด์กัปตันทีมคนปัจจุบัน พร้อมแล้วสำหรับการนำทีมลงทำศึกรักบี้ชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นในปี 2019 ณ ประเทศญี่ปุ่น และนับเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปเอเชียอีกด้วย ออลแบล็คและการเต้นฮากาอันเป็นเอกลักษณ์  ทีมชาติรักบี้นิวซีแลนด์หรือที่เรารู้จักกันในฉายา “ออลแบล็ค” นอกจากฝีไม้ลายมือในการแข่งขันรักบี้และการใส่ชุดแข่งสีดำทั้งชุดตั้งแต่เสื้อกางเกงและถุงเท้าแล้ว “ออลแบล็ค” ยังมีการเต้น “ฮากา” อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้ชมก่อนทำการแข่งขันทุกครั้งเสมอ โดยเป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งและข่มขวัญต่อสู้ ซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดมาจากชนเผ่า “เมารี” ชนเผ่าดั้งเดิมของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งนอกจากนิวซีแลนด์แล้วยังมีทีมชาติรักบี้จากประเทศฟิจิที่ใช้ท่าเต้น “ฮาก้า” ก่อนเริ่มแข่งขันเช่นกัน ชาติที่ประสบความสำเร็จในกีฬารักบี้มากที่สุดในโลก “ออลแบล็ค” นิวซีแลนด์คว้าแชมป์โลกรักบี้ได้ในครั้งแรกทันทีที่มีการจัดการแข่งขันในประเทศออสเตรเลียคู่แข่งของพวกเขาซึ่งเกิดขึ้นในปี 1987 โดยเอาชนะ “เลส์ เบลอส์” ฝรั่งเศสไปได้ 29-9 ต่อมาในปี 1995 ที่พวกเขาเข้าชิงแชมป์โลกอีกครั้ง แต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อทีม “สปริงบ็อก” แอฟริกาใต้ ไปในช่วงต่อเวลาอย่างน่าเสียดาย 15-12 “ออลแบล็ค”นิวซีแลนด์ สามารถเข้าชิงและคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 2011 หรือในเวลาอีก