Author: Stella Spencer

แมนเชสเตอร์ซิตี้รอดพ้นโทษแบนได้อย่างไร

ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับผลการอุทธรณ์โทษแบนการละเมิดกฎแฟร์เพลย์การเงิน ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมดังจากเกาะอังกฤษที่ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรปแบนห้ามลงเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป 2 ฤดูกาล และปรับเงินจำนวน 25 ล้านปอนด์ ซึ่งหลือโทษแค่ถูกปรับ 9 ล้านปอนด์เท่านั้น หลังจากได้รับโทษแบนจากยูฟ่า แมนฯซิตี้ ทำการอุทธรณ์โทษไปที่ศาลกีฬาโลก และในเช้าวันที่ 13 กรกฎาคม 2020 ศาลกีฬาโลกได้มีคำวินิจฉัยยกเลิกโทษแบนในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยของยุโรป และลดโทษปรับจาก 25 ล้านปอนด์ เหลือ 9 ล้านปอนด์ แล้วทำไมเรือใบสีฟ้าจึงรอดพ้นโทษแบน และจะมีผลตามมาอย่างไรต่อไปสำหรับเหล่าทีมที่อยากให้แมนฯซิตี้โดนแบน ก่อนอื่นต้องอ้างอิงมูลเหตุที่ทำให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมาคือ มีการพบอีเมลการโอนเงินจากสปอนเซอร์สายการบินเฮติฮัท จำนวน 67.5 ล้านปอนด์ ซึ่งมีแค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้นที่มาจากสายการบินส่วนที่เหลือนั้นโดนแฉว่ามาจากกลุ่มทุนของเจ้าของแมนซิตี้โดยตรง เมื่อมีการสงสัยเช่นนี้จึงถือว่าเป็นการผิดกฎการเงินที่ไม่อนุญาติให้สโมสรรับเงินจากเจ้าของโดยตรง ทั้งนี้ ไม่มีใครยืนยันได้ว่าหลักฐานที่โดนแฉนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ของแมนซิตี้หลายคนก็ดูมีความมั่นอกมั่นใจในหลักฐานว่าจะสามารถชนะการอุทธรณ์ได้ จากการให้สัมภาษณ์กับสื่อ และในที่สุด ศาลกีฬาโลกก็มีการตัดสินให้แมนฯซิตี้รอดพ้นจากโทษแบน แมนฯซิตี้ไม่โดนแบนส่งผลโค้วต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ของลีกอังกฤษ ยัง อยู่ที่ อันดับ 1–4

จับตาตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีก 2020

ทุก ๆ การปิดฤดูกาลของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสิ่งที่น่าจับตามองก็คือตลาดซื้อขายนักเตะ ที่แต่ละทีมในพรีเมียร์ลีกต่างก็ร่วมกันกระโจนเข้าตลาดเพื่อซื้อผู้เล่นที่ต้องการมาเสริมทัพไว้สู้ศึกในฤดูกาลถัดไป สำหรับฤดูกาลนี้ที่อาจจะช้าไปทุกอย่างเนื่องจากเกิดสถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 ทำให้ฤดูกาลปิดช้า ก็ทำให้ตลาดเปิดช้าไปด้วย แต่ถึงแม้จะมาช้าแต่ดีกรีความเข้มข้นของตลาดซื้อขายนักเตะคงไม่น้อยไปกว่าฤดูกาลอื่น ๆ แน่นอน พรีเมียร์ลีกเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ 27 กรฎาคม 2020 ล่าสุดแถลงการณ์ของพรีเมียร์ลีกระบุว่าตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้จะเปิดทำการเป็นเวลา 10 สัปดาห์ เริ่มต้นจากวันที่ 27 กรกฎาคม และสิ้นสุดในวันที่ 5 ตุลาคม นอกจากนี้จะยังมีตลาดขายเฉพาะในอังกฤษ ระหว่างวันที่ 5-16 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นการทำธุรกรรมกันระหว่างทีมในพรีเมียร์ลีก และทีมจากลีกล่างเท่านั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังต้องการเสริมอีกหลายตำแหน่ง มีข่าวอย่างหนักกับจอดอน ซานโช่ ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายหลักในแนวรุกของแมนยู ฯ เลยทีเดียว ซึ่งก็น่าติดตามว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ส่วนตำแหน่งอื่นก็น่าจะเป็นตำแหน่งกองหลังที่โซลชาน่าจะหาคู่บัดดี้ใหม่ให้กับแฮรี่แม็คไกวร์ ลำพังแค่ 2 ตำแหน่งนี้ก็น่าจะทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลาญเงินเกินหลักร้อยล้านแน่นอน ลิเวอร์พูลมีข่าวกับศิษย์เก่าและ อัลคันทาร่า ทางด้านลิเวอร์พูลก็มีข่าวกับมิดฟิลด์ 2 คน คือ

แพทริออตส์ขึ้นทำเนียบโคตรทีมคนชนคน

นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ (ออกเสียงแบบอเมริกันว่า”เพเทรียตส์”) กลายเป็นทีมคนชนคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลเทียบเท่า “ทีมคนเหล็ก” พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์สทันทีเมื่อเอาชนะลอสแองเจลิส แรมส์ไปได้ 13-3 โดยทั้งสองทีมต่างคว้าแชมป์ซุปเปอร์โบว์ลไปได้ทีมละ 6 สมัย แต่แพทริออตเข้าชิงมากกว่าทีมคนเหล็กจากพิตต์เบิร์กถึง 3 ครั้ง นิวอิงแลนด์ แพทรีออตส์จึงกลายเป็นทีมอเมริกันฟุตบอลของอเมริกาที่เข้าชิงซุปเปอร์โบว์ลสูงสุดถึง 11 ครั้ง เริ่มต้นด้วยการแพ้นัดชิง 2 ครั้งแต่ทีมยังไม่เสียขวัญ นิวอิงแลนด์แพทริออตส์ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1959 ตลอดเวลาที่ลงเล่นในศึกอเมริกันฟุตบอลประสบความสำเร็จเพียงได้เข้าถึงซุปเปอร์โบว์ล 2 ครั้ง (ในปี 1985,1997) ก่อนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ “หมีมหาภัย” ชิคาโก แบร์ และกรีนเบย์ แพ็คเกอร์สทีมตัวเต็งในเวลานั้นไปแบบไม่ได้ลุ้น ซึ่งนอกจากแพทริออตส์แล้วยังมีซินซินเนติ เบงกอลส์, แคโรไลนา แพนเธอร์และแอตแลนตา ฟอลคอลส์ที่แพ้ในซุปเปอร์โบล์ทั้ง 2 ครั้งเช่นกันและยังไม่มีทีมใดที่สามารถคว้าแชมป์ซุปเปอร์โบล์เหมือนนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ได้เลยในปัจจุบัน แต่ยังมีทีมที่มีสถิติเลวร้ายมากกว่านี้คือมิเนโซต้า ไวกิ้งและ “ควายป่า” บัฟฟาโร่ บิลส์ที่แพ้รวดทั้ง 4 ครั้งที่ได้เข้าชิงซุปเปอร์โบว์ลแบบสุดชอกช้ำ

“ออลแบล็ค”พร้อมเดินหน้าคว้าแชมป์โลกรักบี้สมัย 4 ที่โยโกฮาม่า

“ออลแบล็ค” ทีมชาติรักบี้นิวซีแลนด์ อดีตแชมป์โลกรักบี้ 3 สมัย ภายใต้การนำของสตีฟ แฮนเซ่นผู้จัดการทีมมากประสบการณ์และคีแรน รีดด์กัปตันทีมคนปัจจุบัน พร้อมแล้วสำหรับการนำทีมลงทำศึกรักบี้ชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นในปี 2019 ณ ประเทศญี่ปุ่น และนับเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปเอเชียอีกด้วย ออลแบล็คและการเต้นฮากาอันเป็นเอกลักษณ์  ทีมชาติรักบี้นิวซีแลนด์หรือที่เรารู้จักกันในฉายา “ออลแบล็ค” นอกจากฝีไม้ลายมือในการแข่งขันรักบี้และการใส่ชุดแข่งสีดำทั้งชุดตั้งแต่เสื้อกางเกงและถุงเท้าแล้ว “ออลแบล็ค” ยังมีการเต้น “ฮากา” อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้ชมก่อนทำการแข่งขันทุกครั้งเสมอ โดยเป็นการแสดงออกถึงความเข้มแข็งและข่มขวัญต่อสู้ ซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดมาจากชนเผ่า “เมารี” ชนเผ่าดั้งเดิมของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งนอกจากนิวซีแลนด์แล้วยังมีทีมชาติรักบี้จากประเทศฟิจิที่ใช้ท่าเต้น “ฮาก้า” ก่อนเริ่มแข่งขันเช่นกัน ชาติที่ประสบความสำเร็จในกีฬารักบี้มากที่สุดในโลก “ออลแบล็ค” นิวซีแลนด์คว้าแชมป์โลกรักบี้ได้ในครั้งแรกทันทีที่มีการจัดการแข่งขันในประเทศออสเตรเลียคู่แข่งของพวกเขาซึ่งเกิดขึ้นในปี 1987 โดยเอาชนะ “เลส์ เบลอส์” ฝรั่งเศสไปได้ 29-9 ต่อมาในปี 1995 ที่พวกเขาเข้าชิงแชมป์โลกอีกครั้ง แต่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อทีม “สปริงบ็อก” แอฟริกาใต้ ไปในช่วงต่อเวลาอย่างน่าเสียดาย 15-12 “ออลแบล็ค”นิวซีแลนด์ สามารถเข้าชิงและคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้งในปี 2011 หรือในเวลาอีก

แรนดี้ ซาเวจตำนานนักมวยปล้ำผู้เป็นอมตะ

แรนดี้ ซาเวจเกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 1952 เขาเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2011 (อายุ 58 ปี) เนื่องจากหัวใจวายเฉียบพลันขณะขับรถจี๊บลสีดำคันโปรดของเขา แรนดี้ ซาเวจมีชื่อจริงว่าแรนดี้ บัฟโฟ่ และฉายาในวงการมวยปล้ำที่ทุกคนรู้จักและไม่มีวันลืมคือ “มาโชแมน” (ลูกผู้ชาย) รู้จัก”มาโชแมน“แรนดี้ ซาเวซ ในยุคที่วงการมวยปล้ำเต็มไปด้วย นักมวยปล้ำตัวใหญ่ ๆ อย่างอังเดร เดอะ ไจแอนท์หรือคิงคอง บันดี้, เอิรธ์เควก หรือไม่ก็มีกล้ามที่สวยงามอย่างอัลติเมท วอริเออร์, เล็กซ์ ลูเกอร์หรือฮองค์ โฮแกน แต่สำหรับ “มาโชแมน” แล้วถึงเขาจะจัดเป็นนักมวยปล้ำที่รูปร่างไม่ใหญ่ แต่เขาก็สูงถึง 1.88 ม. เลยทีเดียวทีเดียว ถึงแม้ “มาโชแมน” จะไม่ใช่นักมวยปล้ำประเภทจอมพลัง หรืออุดมไปด้วยมัดกล้าม แต่เขาจัดเป็นนักมวยปล้ำที่มีรูปร่างสวยงาม “มาโชแมน” เป็นนักมวยปล้ำที่คาดเดาได้ยาก เขาปล้ำอย่างดุเดือด รุนแรง

บัลเบร์เด้กุนซือผู้กำลังทำลายมรดกของโยฮัน ครัฟฟ์?

เอร์เนสโต บัลเบร์เด้ เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1964 เป็นอดีตนักฟุตบอลของสโมสรเอสปันญ่อลและบาร์เซโลน่า บัลเบรเด้ย้ายมาร่วมทัพบาซ่าในยุคของโยฮัน ครัพฟ์เขาเล่นในตำแหน่งฟอร์เวิร์ด ลงเล่นให้บาร์เซโลน่าไปทั้งสิ้น 22 นัด (ทำได้ 8 ประตู) ติดทีมชาติสเปน 1 นัดก่อนย้ายไปเล่นให้กับแอตแลนติก บิลเบาถึง 170 นัดและแขวนสตั๊ดกับสโมสรเรอัล มายอร์ก้าเป็นสโมสรสุดท้าย ศิษย์ก้นกุฏิโดยตรง เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้นับว่าเป็นกุนซือคนหนึ่งที่มีสายสัมพันธ์กับบาร์เซโลน่าโดยตรงเหมือนเทรนเนอร์และคนอื่น ๆ อีกหลายคนที่ร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับสโมสรเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น “เป๊บ กวาร์ดิโอล่า” โค้ชอันดับแรก ๆ ของโลกในปัจจุบันที่เคยพาบาร์ซ่าคว้าทุกแชมป์มาแล้ว, ไอตอร์ เบกิริสไตน์ อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและยังทำงานร่วมกับเป๊ปทั้งในบาร์ซ่าและแมนฯซิตี้ในปัจจุบัน, ตีโต้ บีลาโนบาอดีตโค้ชผู้เสียชีวิตไปแล้ว, หลุยส์ เอ็นริเก้โค้ชคนก่อนซึ่งเคยพาทีมพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาแล้วแต่เลือกที่จะไม่ต่อสัญญา และโดยเฉพาะโยฮัน ครัพฟ์ซึ่งเป็นทั้งโค้ชของเราไปโดยตรง “เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้” จึงน่าจะเป็นหนึ่งในผู้ที่เหมาะสมในการพาทีมบาร์เซโลน่าบินสูงต่อไป ความสำเร็จที่ไม่อาจล้างตราบาปให้ลบเลือน 2 ฤดูกาลที่บัลเบร์เด้คุมบาร์เซโลน่า เขาพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ทันทีในปีแรกและเกือบทำสำเร็จในปีที่ 2 แต่นั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลจดจำเท่ากับการพาทีมตกรอบยูฟ่า

โอกาดะนักมวยปล้ำแห่งศตวรรษของเอเชีย

คาซูชิกะ โอกาดะนักมวยปล้ำชาวญี่ปุ่นที่ปัจจุบันรู้จักกันในนามของ “Rain Maker” เขาเกิดเมื่อ 8 พฤศจิกายน 1987 อายุเพียง 31 ปีเท่านั้นในปัจจุบัน โอกาดะเป็นนักมวยปล้ำที่มีส่วนสูงถึง 1.93 ม. และมีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ซึ่งจัดได้ว่าเป็นนักมวยปล้ำที่สูงมากสำหรับชาวเอเชียและรูปร่างของเขายังดีมาก ๆ อีกด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่โอกาดะได้รับการผลักดันจากสมาคมเป็นอย่างมากจนได้รับฉายาว่า “จอห์น ซีน่าแห่งเอเชีย” เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คาซูชิกะ โอกาดะได้รับการฝึกฝนทักษะมวยปล้ำจาก “อัลติโม ดรากอน” ซึ่งเป็นนักมวยปล้ำที่มากฝีมือเป็นที่ยอมรับในวงการและประสบความสำเร็จอย่างมากในเม็กซิโกและอเมริกา เขาจึงเคยใช้ชื่อว่า “ดรากอน ยอร์จ” ต่อมาโอกาดะได้มาปล้ำที่สมาคม TNA หนึ่งในสมาคมดังของอเมริกา โดยใช้ชื่อว่า “Okato” โดยมาจากตัวละครในภาพยนตร์ดังเรื่อง  “กรีน ฮอร์เน็ท” ที่ชื่อว่า “เคโต้(kato)” ซึ่งเป็นตัวละครที่บรู๊ซ ลีเคยแสดงและฝากชื่อเสียงเอาไว้ แต่เขาไม่ประสบความสำเร็จในการปล้ำกับสมาคมนี้เลย ในแมตช์แรกก็แพ้ให้กับ Jay lathai และแพ้อีกหลายต่อหลายแมตช์ต่อมาจนกระทั่งเขาได้รับข้อเสนอจาก njpw

มาร์ค มาเกวซเจ้าของฉายา “มดแดงแห่งเซอเวร่า” ว่าที่แชมป์โลกสมัยที่ 6 คนล่าสุด

“มาร์ค มาเกวซ” หรือ MM93 เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ก่อนลงทำการแข่งขันพีทีทีไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 ที่สนามช้าง จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย หลังจากเมื่อปีก่อนแชมป์โลก 5 สมัยจากสเปนเอาชนะอันเดรีย โดวิซิโอโซนักบิดชั้นนำประเทศอิตาลี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งคนแรกที่เอาชนะในสนามแห่งนี้ไปได้ในปี 2018 อย่างหวุดหวิด ซึ่งการแข่งขันชิงแชมป์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในสนามช้างของปีนี้ หากมาร์ค มาเกวซสามารถคว้าแชมป์ได้เหมือนครั้งก่อนเขาจะได้กลายเป็นแชมป์โลกโมโตจีพีสมัยที่ 6 และแซงมิก ดูฮานอดีตแชมป์โลก 5 สมัยชาวออสเตรเลีย ผู้เคยเป็นผู้ฝีกสอนให้แก่วาเลนติโน่ รอสซี่ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ต่อจาก “วาเลนติโน่ รอสซี่” และจิอันโคโม่ อกอสตินี่ 2 นักบิดจากอิตาลีทันที มาเกวซให้สัญญาแฟนคลับพร้อมสู้เต็มที่เพื่อชัยชนะ  มาร์ค มาร์เกวซแชมป์โลก 5 สมัยวัย 26 ปี ในปัจจุบันสังกัดทีมฮอนด้า เรปโซลเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อลงแข่งขันจักรยานยนต์นานาชาติในรายการพีทีทีไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ปี 2019 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่สองติดต่อกัน ณ สนามช้างจังหวัดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้มาก

อัล ซาด์ดพร้อมก้าวสู่ความสำเร็จในระดับเอเชียในยุคของซาบี

สโมสรกีฬาอัล ซาดด์เป็นที่สโมสรฟุตบอลชื่อดังที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศกาตาร์ ก่อตั้งเมื่อ 21 ตุลาคม 1969 โดยมีชีค โมฮาเหม็ด บิน ฮาหมัด บินหนึ่งในราชวงศ์ของกาตาร์เป็นเจ้าของสโมสรในปัจจุบัน อัล ซาดด์เป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นเก๋ไก๋ว่า “เดอะ บอส” หรือ “อัล ซาอีม” (Al zaeem) ในภาษาอารบิค ความสำเร็จในอดีต อัล ซาดด์คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในกาตาร์ พวกเขาทำสถิติคว้าแชมป์สำคัญในทุกรายการที่ลงเล่นภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีกสูงสุด (กาตาร์ สตาร์ ลีก)ได้ถึง 14 สมัย, ฟุตบอลถ้วยกาตาร์คัพ อีก 16 สมัย และ กาตาร์คราวน์ ปรินเซส( crown princess )ได้ถึง 6 สมัย ซึ่งแม้ทีมจะประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดหากเทียบกับสโมสรอื่นในประเทศ แต่หากนับย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน ทีมกลับไม่ประสบความสำเร็จเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้เลยทำได้เพียงเข้าชิงในฟุตบอลกาตาร์คัพและกาตาร์คราวน์ ปรินเซสในปี 2012และ2013

VR46 วาเลนติโน่ รอสซี่ไอคอนแห่งวงการนักบิดโมโตจีพีตลอดกาล

วาเลนติโน่ รอสซี่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งวงการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบนานาชาติหรือโมโตจีพี เช่นเดียวกับนักเกีฬาดังจากประเภทอื่นไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล จอร์แดน(บาสเกตบอล), โรเจอร์ เฟเดอเรอร์(เทนนิส), ไทเกอร์วูดส์(กอล์ฟ)หรือมิชาเอล ชูมัคเกอร์(นักแข่งรถฟอมูล่าวัน) “วาเลนติโน่ รอสซี่” มีฉายามาแรกของเขาคือ “รอสซี่ฟูมิ” ก่อนเปลี่ยนเป็น “Valentinic” และฉายาที่พวกเรารู้จักกัน ในปัจจุบันคือ “เดอะ ด็อกเตอร์” ซึ่งมาจากการที่ชื่อนามสกุล “รอสซี่” ประกอบอาชีพหมอมากที่สุดในอิตาลี สำหรับหมายเลข 46 รอสซี่ใช้ในการแข่งขันมาตลอด เป็นหมายเลขที่พ่อของเขา(กราเซียโน่) ใช้ในการแข่งขันจักรยานยนต์เช่นกัน นอกจากโมโตจีพีแล้ว รอสซี่ยังชื่นชอบฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาที่นิยมที่สุดในประเทศอิตาลีของเขาเป็นอย่างมาก เขาเป็นแฟนตัวยงของ “เนรัซซูรี่” อินเตอร์ มิลานหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งได้กลับมาเป็นจ่าฝูงในกัลโช่เซเรียอาลีกสูงสุดของอิตาลีอีกครั้งในปัจจุบัน อัจฉริยะที่ได้รับการขัดเกลาโดยแชมป์โลก วาเลนติโน่ รอสซี่โชคดีอย่างมากที่ได้มิค ดูฮานอดีตแชมป์โลกโมโตจีพีชาวออสเตรเลียถึงสามสมัย คอยให้คำปรึกษาและสนับสนุนเขามาตลอด ทำให้เด็กหนุ่มที่มีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง สงบลงและสุขุมมากขึ้น รอสซี่กลายเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น ควบคุมทั้งตัวเองและรถได้ดีขึ้น ผนวกกับความอัจฉริยะในฝีมือการขับขี่ของเขาที่หาตัวจับยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เขาที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว รอสซี่คว้าแชมป์โมโตจีพีได้รวมกันทุกรุ่นถึง 9 สมัย