เราเรียนรู้อะไรจากปรากฏการณ์สุดทราม นักเรียน ป.3 “ข่มขืน” ป.1

                “สุดสะเทือนใจเมื่อเด็กหญิงชั้นป.1 ถูกเด็กชายชั้นป.3 ว่าจ้างเด็กป.5 ให้ฉุดมาข่มขืนริมสระน้ำ ซ้ำร้ายเมื่อก่อเหตุพยายามจะจับเด็กหญิงป.1 กดน้ำ เพื่อฆ่าปิดปาก แต่เหยื่อสาวน้อยคนนี้รอดมาได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์” เมื่อเราลองมองไปที่ตัวเด็ก ส่วนใหญ่ในเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้กว่า 80% ไม่มีพ่อแม่คอยดูแลใกล้ชิด เนื่องจากความจนเป็นสาเหตุให้พ่อแม่จำใจทิ้งลูกไว้กับญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด เพื่อให้ตนได้ทำงานหาเงินได้สะดวก แม่บางคนก็ส่งลูกให้กับปู่ย่าตายายเลี้ยงทันทีที่ตัวเองคลอด เด็กจึงต้องอยู่กับผู้ปกครองที่ไม่ใช่พ่อแม่แท้ ๆ ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ข้อดีของการส่งลูกให้ญาติผู้ใหญ่เลี้ยงดูก็มีหลายอย่าง เช่น เด็กจะผูกพันกับปู่ย่าตายายมาก และยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมและรากเหง้าของตน แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน เด็กในวัย 0-3 ขวบเป็นช่วงวัยที่เขาจะเจริญเติบโตได้มากที่สุด และเป็นวัยแห่งการปูพื้นฐานของเด็กเมื่อเติบโตขึ้น ซึ่งหมายความว่าเขาจะซึมซับความทรงจำที่บ่งบอกความเป็นตัวตนตั้งแต่ช่วงวัยนี้ ถ้าเด็กได้คนเลี้ยงดูที่ดี เขาก็จะมีทัศนคติที่ดีและติดตัวไปจนโต กลับกันถ้าเด็กถูกปล่อยปละะละเลย ไม่ใส่ใจ หรือถูกกระทำทารุณ เหล่านี้จะกลายเป็นปมด้อยในใจของเขา ปมด้อยในใจใหญ่ขึ้นเพราะ “ถูกทิ้ง” นอกจากนี้สิ่งที่มักเป็นปมอยู่ในใจเสมอของเด็ก ๆ ที่ถูกส่งไปอยู่กับญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด คือการตระหนักว่าตนเองถูกทอดทิ้ง ดังนั้นในใจลึก ๆ จึงเกิดความรู้สึกเรียกร้องและโหยหาความรักอยู่เสมอ การเติมเต็มความรู้สึกถูกทิ้งจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแก้ปัญหาเหล่านั้น ความคิดที่ว่าตนกำลังเป็นที่สนใจ ทำให้เด็กไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ แต่น่าเศร้าเด็กบางคนกลับหลงเชื่อและยอมแลกบางอย่างเพื่อได้รับการใส่ใจ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นดังที่ได้ปรากฎอยู่ในหลาย

กลั่นแกล้ง เก็บกด จนกราดยิง

เมื่อกล่าวถึงสังคมโรงเรียนมัธยมปลายในต่างประเทศ หลายคนมักจะคิดถึงความรุนแรงของเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะโรงเรียนมัธยมปลายในประเทศสหรัฐอเมริกา หลายครั้งที่เราเห็นภาพสะท้อนผ่านภาพยนตร์ เพื่อแสดงให้เห็นความรุนแรงในโรงเรียนมัธยมของอเมริกา ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงก็มักจะเห็นข่าวการใช้ความรุนแรงของนักเรียน หรือการฆ่าตัวตายของนักเรียน หรือแม้กระทั่งข่าวการพกอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน เพื่อสังหารครูและเพื่อนร่วมโรงเรียน ประเด็นหลัก ๆ ที่สร้างความแตกแยกของนักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน คือความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติและศาสนา เป็นที่รู้กันดีว่าอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้คนจากหลากหลายชาติพันธุ์ มาอาศัยอยู่รวมกัน ดังนั้นจึงมีการแบ่งแยกพรรคพวก ทำให้เกิดการเหยียดหยามกันระหว่างเชื้อชาติ เมื่อความเชื่อและความศรัทธาต่างกัน ประเด็นต่อมาคือศาสนา ซึ่งเป็นความศรัทธาส่วนบุคคล และทุกคนก็มักจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงศาสนา พราะเป็นเรื่องเปราะบาง แต่ผู้ใหญ่บางคนมีความคิดเถรตรงและรุนแรง ทำให้ความรุนแรงทางศาสนาในระดับภูมิภาคเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง นับประสาอะไรกับวัยรุ่น ผู้มีระดับฮอร์โมนกำลังเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอไม่คงที่ ทำให้การพูดและการกระทำที่ไม่ยั้งคิดส่งผลให้เกิดความรุนแรง “แก้แค้น เอาคืน” คือเหตุจูงใจ นอกจากนี้ความต้องการเป็นผู้มีชื่อเสียงในโรงเรียน ก็เป็นประเด็นหลัก ๆ อีกหนึ่งประเด็นที่ควรจะพูดถึง ข้อดีของการเป็นนักเรียนที่โดดเด่น คือการเป็นตำนานในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านกิจกรรม ด้านวิชาการ แม้กระทั่งด้านไม่ดี เมื่อการเป็นตำนานที่มีชื่อเสียง คือสิ่งล่อใจให้หลายคนแก่งแย่งที่จะเป็นที่หนึ่ง และแน่นอนว่าเมื่อมีผู้เป็นที่หนึ่งก็จะมีผู้เป็นที่สอง และที่สุดท้ายตามลำดับ สิ่งที่น่าเศร้าคือ ในสังคมของโรงเรียนที่มีการแสดงออกรุนแรงต่อความเชื่อ มักไม่มีที่ยืนให้ผู้เป็นที่สองหรือผู้แพ้ ฉะนั้นการถูกเหยียบย่ำซ้ำเติมจากเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

เมื่อ“เด็กจบใหม่” กลายเป็นเหยื่อของการคอร์รัปชั่น

ในเศรษฐกิจที่งานประจำหายาก ทำให้การว่างงานเป็นเรื่องน่ากลัว โดยเฉพาะนักศึกษาที่เพิ่งพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัย จากการสำรวจล่าสุดของปี 2560 มีนักศึกษาตกงานถึง 2 แสนคน ด้วยเหตุผลมากมาย เช่น ไม่มีทักษะที่ตลาดต้องการ สายงานไม่ตรงตามวุฒิ หรือแม้กระทั่งเหตุผลภายในอย่างกลัวการเข้าสังคม ไปจนถึงกลัวการเข้าสู่โลกของการทำงาน ไม่ใช่เด็กจบใหม่เท่านั้นที่กลัว ผู้ปกครองก็กลัวเช่นกัน หลายคนต้องใช้ตำแหน่ง เส้นสาย รวมทั้งเงินเป็นเดิมพันเพื่อให้ลูกหลานของท่านได้เข้าทำงานในหน่วยงาน การกลัวความไม่มั่นคงเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุหลัก ๆ ของการคอร์รัปชั่น เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศของเราใช้ระบบอุปถัมภ์ สิ่งที่ทำกันมานานเราเรียกว่า ธรรมเนียม/ประเพณี และเมื่อกลายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ทำ เราจึงมองว่าเป็นเรื่องไม่ผิด ในประเทศของเราผู้ปกครองส่วนใหญ่ในชนบทมีอาชีพเกษตรกร การสร้างรายได้เพื่อส่งให้บุตรหลานเล่าเรียนเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการ และหลายคนไม่ต้องการให้บุตรหลานอยู่ไกลบ้านเมื่อสำเร็จการศึกษา ประกอบกับความเชื่อเก่า ๆ ที่ว่าเราสามารถสร้างความมั่นคงด้วยการเป็นข้าราชการ เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสพวกเขาก็จะไม่ปฏิเสธ ทำให้เกิดวังวนของการคอร์รัปชั่น “เด็กจบใหม่ ไร้ทางเลือก” เมื่อ“เด็กจบใหม่” ตระหนักว่าตนเป็นผู้น้อย ซึ่งประสบการณ์และมีทางเลือกไม่มากนัก ก็ต้องยอมเข้าสู่กระบวนการคอร์รัปชั่นแต่โดยดี ตำแหน่งที่ได้รับส่วนใหญ่มักจะอยู่ในระดับลูกจ้าง โดยหวังว่าสักวันจะมีโอกาสได้เป็นพนักงานตัวจริง หลายคนยอมกินเงินเดือนที่น้อยกว่าระดับเงินเดือนที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งถือว่า “เด็กจบใหม่” นั้นกลายเป็นเหยื่ออย่างแท้จริง ในส่วนของผู้ปกครองสำนวนไทยที่ว่า

ผู้หญิงยุคใหม่อ้วนง่ายเพราะ “กาแฟเย็น”

จะเห็นว่าในรอบสิบปีที่ผ่านมานี้ มีธุรกิจร้านกาแฟเพิ่มขึ้นในประเทศไทยจำนวนมาก เรียกว่ามีร้านกาแฟให้เข้าไปใช้บริการในทุก ๆ หัวถนน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองเห็นรายได้จากการบริโภคกาแฟเป็นประจำ ซึ่งมีทั้งธุรกิจร้านกาแฟขนาดย่อมของผู้ประกอบการชาวไทย และธุรกิจร้านกาแฟขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการชาวต่างชาติ นี่เป็นสาเหตุของการมีร้านกาแฟเพิ่มขึ้นในประเทศไทย การเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านกาแฟนั้น ก็เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่บริโภคกาแฟเป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อคุณเดินเข้าร้านกาแฟจะพบว่าไม่ได้มีแค่กาแฟเท่านั้น ยังมีรายการเครื่องดื่มอีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ชา โกโก้ หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ แม้กระทั่งขนมหวานต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของน้ำตาลทั้งสิ้น และผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้บริโภคชั้นดีกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะการบริโภคของหวาน เนื่องจากผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่จะควบคุมให้มีไขมันในร่างกายมากกว่า 20 % ซึ่งเฉลี่ยแล้วสูงกว่าผู้ชายราว ๆ 5 % เพื่อให้มีร่างกายพร้อมกับการตั้งครรภ์ ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงวันนั้นของเดือน ผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดอาการอยากของหวานมากกว่าวันปกติ ประกอบกับประเทศไทยเป็นเมืองร้อน การทานเครื่องดื่มหวาน ๆ เย็น ๆ ก็สามารถทำให้ร่างกายเย็นลงได้ ความต้องการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟมองเห็นช่องทางธุรกิจ โดย“กาแฟเย็น” หนึ่งแก้วประกอบด้วย น้ำตาลทราย นมข้นหวาน นมจืด และกาแฟ ซึ่งให้พลังงานต่อหนึ่งแก้วประมาณ 320 แคลอรี่ มีพลังงานเทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยวหมูหนึ่งชาม

ผู้หญิงเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมรถมากกว่าผู้ชาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการโจรกรรมนั้นเกิดขึ้นบ่อยในบ้านเมืองของเรา โดยเฉพาะกับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการทุบกระจกเพื่อขโมยสิ่งของมีค่า การขโมยรถ หรือแม้กระทั่งการปล้น จี้ หรือลวงเจ้าของรถไปในสถานที่เปลี่ยวและก่อเหตุร้ายต่าง ๆ ซึ่งข่าวเหล่านี้เกิดขึ้นให้เห็นอยู่รายวัน โดยรถของผู้หญิงมีแน้วโน้มในการเป็นเหยื่อมากกว่ารถของผู้ชาย ผู้หญิงสมัยใหม่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์สามารถขับรถได้ การดูแลรักษารถนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ควรรู้ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับคุณและรถของคุณ สิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรทำเมื่อมีรถเป็นของตัวเองและต้องขับรถโดยลำพังคือ การระบุเพศให้รถ ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อซื้อรถก็หวังอยากจะตกแต่งรถให้ตรงกับความชอบส่วนตัว และเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตน เช่น บางคนติดสติ๊กเกอร์เป็นรูปการ์ตูนสีสันสดใส หรือบางคนตกแต่งภายในรถด้วยตุ๊กตาน่ารัก หารู้ไม่ว่านั่นเป็นสิ่งล่อตาล่อใจโจร การระบุเพศให้กับรถของคุณนั้นเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก โดยเฉพาะการบอกว่ารถคันนี้มีผู้หญิงขับ ตามหลักจิตวิทยาโจรเลือกปล้นรถผู้หญิง คุณลองสมมุติเอาว่าตัวคุณเป็นโจรที่กำลังวางแผนทุบกระจก หรือขโมยรถตามลานจอดรถ คุณจะเลือกรถที่มีลักษณะแบบไหนเมื่อดูจากภายนอก แน่นอนว่าไม่มีโจรคนใดอยากจะเลือกทุบกระจกรถคันใหญ่ สีดำ ดูน่าเกรงขาม เพราะมันบ่งบอกด้วยตัวมันเองว่า รถคันนี้เป็นรถของผู้ชาย แต่กลับกันรถที่มีสติ๊กเกอร์รูปการ์ตูนสีชมพู มักจะเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ของโจร ตามหลักจิตวิทยาเมื่อโจรคนหนึ่งต้องการปล้นหรือขโมยรถสักคัน เหยื่อที่เป็นเป้าหมายมักจะเป็นผู้หญิง เนื่องด้วยความเชื่อฝังหัวที่ว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ มีความรู้เรื่องรถค่อนข้างน้อย และไม่ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย นี่เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ผู้หญิงมักจะเป็นเหยื่ออยู่เสมอ ผู้หญิงขับรถต้องรู้เท่าทันและป้องกันไว้ก่อน ดังนั้นเมื่อคุณผู้หญิงมีรถเป็นของตัวเองแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ขับรถเก่งหรือสอบใบขับขี่ผ่าน หรือดูแลรักษารถเท่านั้น แต่รวมไปถึงต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย การหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ถูกโจรกรรมนั้น เริ่มได้ที่คุณโดยการไม่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่ารถของคุณมีผู้หญิงเป็นคนขับ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุอาชญากรรม

สถานการณ์โลกของประเทศมหาอำนาจของผู้นำคนใหม่

สถานการณ์โลกนับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา มีประเด็นเรื่องราวน่าสนใจและน่าติดหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงผู้นำของสหรัฐ ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ ชาวโลกต่างมึนตะลึงทำตาปริบ ๆ ไปตาม ๆ กัน โดนัลด์ เจ.ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้สร้างความประหลาดใจให้กับทั่วโลก นับเริ่มตั้งแต่การได้รับคะแนนเสียงชนะการเลือกตั้ง จากเค้าเดิมความน่าจะเป็นที่ปรากฏคือนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งทางการเมืองของทรัมป์ น่าจะคว้าตำแหน่งประธานาธิบดีไปครองมากกว่า แต่ผลกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สหรัฐฯโดยการนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มมีบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายทางการทูต ที่มีผลกระทบกับนานาประเทศเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ตามมาด้วยนโยบายอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งประเด็นที่กลายเป็นกระแสฮิตติดขีปนาวุธที่ดูจะร้อนระอุขึ้นทุกขณะกับประเทศเกาหลีเหนือ จนข่าวหลายสำนักวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานาว่า “นี่อาจจะเป็นเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่?)  และครั้งหนึ่งที่นำไปสู่ความประหลาดใจอย่างมากต่อประชาคมโลก กับคำสั่งยิงขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก” กว่า 60 ลูก จากเรือรบสหรัฐฯ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อทำลายฐานทัพซีเรียที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560

การกระทำในอดีต ส่งผลลัพธ์เป็นภัยธรรมชาติที่หนักขึ้นในปัจจุบัน

อาจกลายเป็นเพียงเพียงความทรงจำ หรือภาพอดีตไปในอีกไม่ช้านี้ก็เป็นได้ สำหรับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติที่โด่งดังอย่าง “ลูฟว์” แห่งกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส กับเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา เกิดฝนตกอย่างหนักทำให้น้ำท่วมถนนหนทาง ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า สื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปารีสเกิดฝนตกอย่างหนัก อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องย้อนกลับไปอดีตเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ โดยขณะนี้น้ำได้ท่วมสูงถึง 4-6 เมตร สูงกว่าระดับน้ำปกติ 4-5  เมตร และน้ำท่วมดังกล่าวทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากถนนในเมืองใช้สัญจรไม่ได้แล้ว อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ ระดับน้ำทำท่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพิพิธภัณฑ์ดังอย่างลูฟว์  ออร์แซ และออรองเจอรี ที่จำเป็นต้องเพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษมากขึ้น หลังจากที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ฝนยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ลูฟว์อาจกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำแห่งใหม่ก็เป็นได้ จากสถานการณ์ดังกล่าว ภาครัฐมีการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัยกว่า 1,000 คน เพื่อรอสถานการณ์คลี่คลายลง เหตุการณ์น่าจะกลับไปเป็นปกติภายในไม่กี่วัน ผู้สื่อข่าวยังระบุอีกว่าหากรอให้ระดับน้ำลดลงคงต้องให้เวลา เพราะตอนนี้เมืองทางตอนเหนือของประเทศถูกน้ำท่วมไปแล้วเช่นกัน สังเกตว่าปีใหม่นี้มีเหตุการณ์ไม่สู้ดีถาถมเข้าหาหลาย ๆ ประเทศอย่างเนื่องทีเดียว กลับมาที่ประเทศไทยกันบ้าง กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของไทย โดยในหลายภูมิภาคอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศา

ความพิโรธจากธรรมชาติ ถึงเวลาชำระบาปสู่มนุษย์โลก

โลกเรานับวันยิ่งเผยอะไรต่อมิอะไรให้ได้เห็นกันชัดเจนขึ้นทุกขณะ ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาควันพิษที่มีค่าอันตรายสูงเกินมาตรฐาน กลายเป็นที่วิภาควิจารณ์กันไปทั่วสารทิศ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ก็ต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ที่หนักหน่วงเช่นกัน เมื่อวันที่พุธ ที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษได้ออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับควันพิษที่กระจายไปทั่วกรุงเทพและปริมณฑล โดยระบุว่า ฝุ่นควันดังกล่าวมีค่าพีเอ็ม 2.5 ซึ่งเป็นค่าที่สูงกว่ามาตรฐาน ผู้ที่สูดดมเข้าไปในปริมาณที่มาก มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง ด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สูดดมจะผ่านเข้าไปทางเดินระบบหายใจ จนทำให้เกิดการอักเสบและทำให้เกิดการเปลี่ยนถ่ายลมอากาศไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการได้ ดังนั้นหากต้องออกจากอาคารสถานที่ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตรายดังกล่าวในระดับหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของสถาบันการแพทย์ว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุดในทุกปี ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเพิ่มมากขึ้นราวปีละถึง 120,000 คน เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดอันดับ 1 จาก 132 เมือง เหลือเชื่อจริง ๆ แต่ขณะเดียวกันกรุงเทพก็เป็นเมืองที่รถติดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 จาก 390 เมืองเช่นกัน และทำสถิติติดต่อกันสองปีซ้อน คนไทยควรดีใจหรือเสียใจหรือจะเฉย ๆ ดี มาดูเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายของประเทศเพื่อนบ้านเรากันบ้าง ล่าสุดที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้อพยพผู้คนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ของภูเขาไฟ “มายอง” ให้ไปอยู่ในรัศมี 9 กิโลเมตรซึ่งถือเป็นจุดที่ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากภูเขาไฟมายองเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อันดับคอร์รัปชั่นประจำปี สิ่งบ่งชีความเจริญก้าวหน้าและอนาคตของประเทศ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในหนึ่งปีที่โลกได้หมุนไปครบหนึ่งรอบนั้น ประเทศต่าง ๆ จะถูกจัดอันดับความโปร่งใส่ในการทำงานของรัฐบาล อันหมายถึงเปิดเผยให้รู้ว่า ประเทศต่าง ๆ แต่ละประเทศได้รับการจัดอันดับการคอร์รัปชั่นอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ ซึ่งจะสะท้อนกลับไปให้เห็นถึงการแก้ปัญหาการทุจริตของประเทศนั้น ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม การประเมินความโปร่งใสในการทำงานว่าดีขึ้นหรือแย่ลงของประเทศในภูมิภาคอาเซียน และแน่นอนว่าไทยก็ต้องรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ปีที่แล้วไทยได้รับการประเมินคะแนนความโปร่งใส่ในการทำงาน 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อปีก่อนหน้าที่ไทยมีคะแนนอยู่ที่ 38 คะแนน ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ไทยได้รับการจัดอันดับคอร์รัปชั่นจากที่เคยอยู่ในอันดับที่ 76 ตกไปอยู่อันดับที่ 101 ตกวูบถอยหลังไปถึง 25 อันดับ การที่ไทยได้อันดับตกลงไปจากปีก่อนหน้าเป็นเพราะปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องของการเลือกตั้งที่ยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ เป็นเหตุให้อันดับของไทยตกลงไป และหากเมื่อใดที่มีการเลือกตั้งเป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยดีแล้ว อันดับไทยคงขยับขึ้นมาเป็นแน่แท้ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไปที่ผลการจัดอันดับคอร์รัปชั่นออกมาเช่นนี้ เพราะเรายังมีการจัดอันดับสำหรับปีนี้ให้รอลุ้นกันอยู่ ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเราที่พอเชิดหน้าชูตาได้ มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์คะแนนที่ 50 ขึ้นไป ได้แก่ สิงคโปร์ ซึ่งติดอันดับ 7 ของโลก

ลิงลพบุรี การปรับตัวเข้ากับคน หรือคนปรับเข้ากับลิง

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย คงมีมากจนไม่อาจจะจะพูดจะบอกกันได้หมด ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โบราณสถาน เกษตรกรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยในด้านวัฒนธรรม และหากเป็นเรื่องวัฒนธรรม อยากขอแนะนำให้ได้รู้จักกับเมืองลพบุรีของไทยให้มากขึ้นอีก จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่โด่งดังทั้งด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมา โบราณสถาน และเอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นลพบุรีที่เด่นชัดที่สุดคือ “ลิง” เนื่องจากลิงลพบุรีนั้นเป็นลิงที่อาศัยอยู่ร่วมกับคนมาช้านาน หรืออาจจะตั้งแต่ยังไม่มีการตั้งถิ่นฐานรกรากอยู่เลยก็เป็นได้ ชาวลพบุรีจึงมีความผูกพันกับลิงเหล่านี้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ “ลิงก็สามารถอยู่ร่วมกับคนได้ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีระเบียบวินัยของตัวเอง เพราะพวกมันก็ตระหนักดีว่า พวกมันทำเพื่อให้สามารถอยู่รอด” ชาวลพบุรีได้ให้สัมภาษณ์ ในงานประจำปี หรือมีงานมงคลต่าง ๆ ที่ลพบุรีจัดขึ้น แน่นอนว่าลิงก็จะเข้ามาร่วมด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่เป็นปัญหาและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร นับเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากจากที่ไหน ๆ “พวกมันรู้ว่าจะข้ามถนนยังไง ต้องรอให้รถไปก่อน และต้องข้ามกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันอันตราย ผู้ที่ผ่านไปมาก็จะหยุดรถให้ พวกมันแสนรู้มาก” ป้าร้านขายของชำกล่าว และเล่าต่อว่า “เราจะให้อาหารพวกมันเป็นประจำ จนพวกมันรู้ว่าเราไม่ทำอันตราย และเช่นเดียวกันพวกมันก็ไม่มายุ่งหรือทำลายข้าวของของพวกเราเช่นกัน ของในร้านที่วางเอาไว้พวกมันก็จะไม่ยุ่ง ตรงนี้เองทำให้เรารู้สึกว่า เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากเราเข้าใจกัน” ป้ากล่าว ลพบุรีเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีลิงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เพราะประเทศไทยมีจังหวัดที่มีลิงอยู่หลายจังหวัด เช่น ราชบุรี