Month: May 2019

หญิงสาวชาวเกาหลีคนหนึ่ง แปรงฟันครั้งแรกในรอบ 10 ปี

ปกติแล้วคนเราทุกคนจะรักษาความสะอาดร่างกายและที่อยู่อาศัยของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะร่างกายของเรา คนทั่วไปอาบน้ำแปรงฟันโดยเฉลี่ย 2 ครั้งต่อวันคือตอนเช้าและตอนเย็น โดยเฉพาะผู้หญิงที่จะดูแลความสะอาดของตัวเองเป็นพิเศษ หลายคนยังพกแปรงสีฟันและยาสีฟันไปแปรงตอนหลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จแล้ว ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากเพราะในแต่ละวันเราเจอกับฝุ่น มลพิษมากมาย แถมยังมีเชื้อโรคที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะในช่องปากที่มีแบคทีเรียที่เจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา หญิงสาววัยรุ่นชื่อ กีฮยอนจี ยอมรับการทางรายการโทรทัศน์ที่เธอไปออกว่าเธอไม่ได้แปรงฟันมา 10 ปีแม้ว่าครอบครัว และเพื่อน ๆ รอบตัวจะไม่เห็นด้วยก็ตาม สร้างความตกใจให้แก่ผู้ชมที่รับชมรายการในขณะนั้นเป็นอย่างมาก แล้วทั้ง ๆ ที่เธอเป็นบล็อกเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางและการแต่งหน้าและโด่งดังมากในอินเตอร์เน็ตเพราะความสวยหวานและน่ารักของเธอ และยิ้มให้เห็นฟันให้ดูในรายการซึ่งสร้างเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก หลายคนหลังจากที่ได้เห็นฟันของฮยอนจีสารภาพว่าพวกเขาไม่กล้ามองฟันของเธอโดยตรงเพราะพวกเขาไม่สามารถทนมองได้ แม้กระทั่งฟันของคนที่ติดบุหรี่ยังไม่เหลืองเท่ากับฟันของเธอเลย เนื่องจากว่าเธอไม่แปรงฟันมานานมาก พ่อแม่ของเธอไม่ยอมให้เธอจุ๊บหมาที่พวกเขาเลี้ยงไว้ด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าเธอจะแพร่เชื้อโรคและแบคทีเรียที่อยู่ตามฟันของเธอไปที่หมาตัวนั้น หญิงสาวยังเล่าผ่านทางรายการเพิ่มเติมอีกว่าเธอเคยมีแฟนและพอเขาจูบเธอ เขาก็อาเจียนออกมา หลังจากนั้นพวกเขาก็เลิกกันเพราะแฟนของเธอไม่สามารถทนอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเธอได้ โดยผู้ชมที่ดูรายการทั้งหมดต่างแสดงความกังวลต่อสุขภาพอนามัยของเธอ และหวังว่าเธอจะเข้าใจว่าสิ่งที่เธอเป็นอยู่มันไม่ดีต่อสุขภาพของเธอเอง การแปรงฟันให้ถูกวิธีนอกจากจะต้องทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งแล้ว ในแต่ละครั้งที่แปรงฟันควรแปรงอย่างน้อย 5 นาที หากไม่รักษาความสะอาดฟันให้ดี โรคร้ายจะตามมาหลายโรค เช่น ทำให้ฟันผุ ทำให้มีกลิ่นปากและคนรอบข้างจะไม่สะดวกใจที่จะคุยกับคุณเกิดเป็นความไม่มั่นใจในตัวเองตามมา ทำให้เป็นโรคเหงือกอักเสบ โรคหัวใจ โรคเบาหวานโรคหลอดเลือดในสมองหรือแม้แต่มะเร็งในช่องปาก ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพฟันของตัวเองเป็นประจำ นอกจากการแปรงฟันที่ต้องทำเป็นกิจวัตรประจำวันแล้ว ควรใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยในทุกวันเพื่อขจัดคราบที่อยู่บนฟันไม่ให้กลายมาเป็นหินปูน

เด็กน้อยวัย 14 ปีถูกทรมานจนตายโดยครอบครัวของเธอเอง

ข่าวความรุนแรงในครอบครัวทั้งในและต่างประเทศรุนแรงขึ้นทุกขณะในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเผยแพร่ความรู้ให้กับคนในสังคม โดยได้ให้ข้อมูลว่าความรุนแรงไม่ใช่การทุบตีอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทอดทิ้ง การปล่อยปะละเลย การไม่ใส่ใจอีกด้วย ซึ่งปัญหาที่เรื้อรังนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้หมดไปเสียที ในแต่ละปีเจ้าหน้าที่รัฐจะได้รับแจ้งเรื่องความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี หลายครั้งที่ทำให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ศาลได้รับแจ้งว่าศพของเด็กผู้หญิงอายุ 14 ปีที่ชื่อ Mary Crocker ที่ถูกฝังไว้ที่สวนหลังบ้านของเธอถูกปล่อยให้เปลือยทรมานร่างกายและถูกทุบตีที่ไม่ได้ส่งการบ้าน ทั้งยังได้กินแค่อาหารที่บูดแล้วจากครอบครัวของเธอเองเพื่อเป็นการลงโทษ และรายละเอียดทั้งหมดได้ถูกส่งให้ศาลพิจารณาที่รัฐจอร์เจียเมื่อวานนี้ เด็กน้อยแมร์รี่ถูกญาติแท้ ๆ ของเธอปฏิบัติราวกับว่าเธอเป็นทาสและทรมานเธอต่าง ๆ นานา จะเธอจากไปด้วยความทรมานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ภายหลังศพของเธอถูกพบฝังอยู่ที่สวนหลังบ้านของครอบครัวของเธอเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปีที่แล้ว ทั้งนี้ตำรวจยังค้นเจอศพของพี่ชายของเธอที่ชื่อ JR อีกด้วย เด็กทั้งสองคนได้รับการศึกษาจากที่บ้านหรือที่เรียกว่า Home school และไม่มีรายงานว่าเด็กทั้งสองคนสูญหาย ครอบครัวของแมร์รี่ถูกจับกุมทั้งหมด 5 คนด้วยกัน โดยทั้ง 5 คนได้ร่วมกันทำร้ายเด็ก เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าเด็กน้อยแมร์รี่ถูกบังคับให้อยู่แต่ในกรงสุนัขเล็ก ๆ โดยไม่ให้ออกมาข้างนอกเลยแล้วยังถูกผูกไว้โซ่และถูกทุบตีแทบทุกวัน เด็กหญิงแมร์รี่น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็วและมีรอบเขียวช้ำทั่วตัว วิธีที่พวกเขาอาบน้ำให้เธอคือการลากกรงที่เธออยู่เข้าไปในห้องน้ำแล้วฉีดน้ำใส่เธอ และการลงโทษจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นถ้าเธอถูกจับได้ว่าพยายามขโมยอาหารโดยมีรูปภาพของเธอขณะถูกทรมานถูกถ่ายเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือของพ่อเธอเองด้วย ครอบครัวของเธอที่ถูกจับกุมซึ่งในนั้นรวมถึงแม่และพ่อของเธอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้การผ่าชันสูตรศพยังคงดำเนินต่อไปเพื่อพิสูจน์และเก็บรวบรวมหลักฐาน เจ้าหน้าที่ผ่าชันสูตรศพให้ข้อมูลว่า แมร์รี่ได้เสียชีวิตเมื่อประมาณวันที่ 28

ถ่ายรูปเซลฟี่ ทำเหตุโดนเสือจากัวร์กัด

การถ่ายรูปเซลฟี่คือการถ่ายภาพตัวเองเพิ่งถือกำเนิดมานานแล้วแต่เพิ่งมาฮิตอย่างมากเมื่อตอนที่มีโทรศัทพ์มือถือที่มาพร้อมกล้องหน้าถือกำเนิดขึ้น และการถ่ายรูปเซลฟี่นี่เองที่กลายมาเป็นเหมือนวัฒนธรรมใหม่ของคนทั่วโลกที่ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน จะเจอกับเหตุการณ์อะไร หรือกินข้าวกับอะไร ก็ต้องถ่ายภาพตัวเองเพื่อเผยแพร่ให้คนที่ติดตามตัวเองในโซเชียลต่าง ๆ ได้ชื่นชม และบ่อยครั้งที่ความพยายามที่ต้องการให้มีรูปภาพที่น่าประทับใจมากที่สุดให้ได้ไปอวดเพื่อน หลายคนได้รับบาดเจ็บ หลายคนได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตเหมือนในกรณีต่อไปนี้ ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเพราะพยายามถ่ายรูปเซลฟี่กับเสือจากัวร์จนทำให้โดนตะบบที่สวนสัตว์แห่งหนึ่ง พยานในเหตุการณ์ต่างเล่าว่าพวกเขาได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลืออย่างดังเพราะโดนเสือจากัวร์ทำร้ายซึ่งผู้หญิงคนนั้นถูกทำร้ายหลังจากที่ปีนข้ามที่กั้นเข้าไปเพื่อถ่ายรูปเซลฟี่กับเสือจากัวร์เพศเมียเพื่อให้ได้ภาพที่ใกล้ชิดขณะที่เที่ยวอยู่ในสวนสัตว์แห่งหนึ่งในอริโซน่า โดยมีผู้บันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือเธอในเบื้องต้น มือของเธอมีบาดแผลขนาดใหญ่และเลือดไหลเป็นทาง พยานในเหตุการณ์ต่างออกความเห็นกันมากมายโดยหนึ่งในนั้นแสดงความคิดเห็นว่า เสือจากัวร์ตัวนั้นก็แค่สัตว์ป่าตัวหนึ่งเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ก็ได้กั้นบริเวณนั้นไว้เป็นอย่างดี แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะปีนข้ามเข้าไปเองแต่ก็ภาวนาให้เธอปลอดภัย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าผู้ได้รับบาดเจ็บปีนข้ามที่กั้นที่ทางสวนสัตว์กั้นไว้เพื่อเข้าไปถ่ายรูปกับสัตว์เอง และยังกล่าวอีกว่าพวกเขาเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวของพวกเขา ทางครอบครัวของเธอร้องขอให้มีหน่วยกู้ชีพเข้ามาทำการพยาบาลและเสือจากัวร์ตัวนั้นก็ได้อยู่ในที่ของมันแล้วโดยที่พวกเราจะต้องสืบสวนและทำการตรวจสอบต่อไป ผู้อำนวยการสวนสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วในเดือนนี้ที่เสือจากัวร์ทำร้ายนักท่องเที่ยวของสวนสัตว์และเขาก็เครียดกลัวว่าต้องจบชีวิตของเสือจากัวร์ลงและต่อมาได้โพสข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า เขาสัญญาว่าจะไม่ให้อะไรเกิดขึ้นกับสัตว์ตัวนั้น ทั้งนี้องค์กรที่เกี่ยวข้องก็ออกมาเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเองและความปลอดภัยของสัตว์ป่าทั้งหลายด้วย จริงอยู่สัญชาตญาณของมนุษย์คือการแข่งขันกัน ซึ่งในเรื่องของการถ่ายรูปเซลฟี่ หรืออัดวิดีโอต่าง ๆ ลงบนอินเตอร์เน็ตเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มของตัวเองเป็นเรื่องปกติ แต่การที่จะได้มาเพื่อรูปภาพหรือวิดีโอเหล่านั้นทุกคนควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ผู้ร่วมเหตุการณ์เป็นสำคัญ หากทำอะไรโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองถึงผลที่ตามมาอาจจะไม่ได้โชคดีที่รอดมาได้เหมือนผู้หญิงคนนี้

ครูกระชากผมและดึงผมเด็กนักเรียนหญิง ในห้องเรียน

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่สามารถพบเห็นได้ในข่าวเป็นประจำไม่ใช่แค่ความรุนแรงในครอบครัวเท่านั้น แต่ความรุนแรงในสถานศึกษาหรือโรงเรียน ความรุนแรงและการกลั่นแกล้งในโรงเรียนมีมานานมากแล้ว โดยความรุนแรงไม่ได้หมายถึงการตบตี ชกต่อยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการพูดจาไม่ดีใส่กันด้วย การว่าร้าย การด่ากราด การเหยียดสีผิว เหยียดชนชาติและเหยียดเพศ เพียงแต่ในระยะหลังมานี้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างนักเรียนกับนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียนอีกด้วย หลาย ๆ ประเทศมีข่าวแบบเดียวกันคือ ครูตีเด็กและลงโทษหนักเกินไปในเรื่องเล็กน้อย เช่น ไม่ทำการบ้าน หรือเรียนไม่เข้าใจ หลายครั้งที่ครูหรืออาจารย์ทำร้ายเด็กในความดูแลของตัวเองด้วยการกล่าววาจาให้เจ็บใจและการทำร้ายร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญออกมาแจ้งว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักม 2 ประการคือ ตัวบุคคลซึ่งคือครูหรืออาจารย์เอง มีความผิดปกติทางจิต และอีกสาเหตุหนึ่งคือ ขาดทักษะในการรับมือและจัดการเด็กทีละมาก ๆ  รวมถึงขาดทักษะในการจัดการกับอารมณ์และความเครียดของตัวเอง คลิปวิดิโอที่อัดผ่านโทรศัพท์มือถือเผยให้เห็นว่ามีคุณครูคนหนึ่งจับและกระชากผมของนักเรียนผู้หญิงที่เดินแถวฟลอริด้าอย่างรุนแรง โดยวิดีโอดังกล่าวได้ถูกอัพโหลดในโซเชียลมีเดียและถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว และการสอบสวนภายในเกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งทางโรงเรียนได้ออกมาบอกว่าคุณครูคนดังกล่าวถูกไล่ออกจากโรงเรียนแล้ว ทางโรงเรียนได้ออกมาแถลงการณ์ว่า ณ ตอนนี้ทางโรงเรียนได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว และทุกอย่างกำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบและขอเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ได้ถูกแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ทางโรงเรียนได้เน้นอีกว่าครูคนดังกล่าวได้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนแล้ว และเนื่องด้วยว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบจึงไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้มากนัก หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะรีบแจ้งให้ทุกคนได้ทราบโดยทั่วกัน ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ออกมาแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคาดหวังว่าเหตุการณ์นี้จะได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างรวดเร็ว และต้องการความชัดเจนว่ามีวิธีคัดกรองบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานในสถานศึกษาแห่งนี้และการยืนยันว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลายครั้งที่ความรุนแรงในลักษณะนี้ถูกปกปิดโดยโรงเรียนต้นสังกัดเพียงแต่ว่าเมื่อมีเทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์มือถือเข้ามาเกี่ยวข้องการปกปิดจะทำได้ยากขึ้น โรงเรียนจะต้องร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กเจ็บทางกาย แต่ทำให้เด็กได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ อาจจะทำให้เด็กมีอาการหวาดกลัว